ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 11 ปีก่อน สุนัขตัวหนึ่งถูกมัดอยู่ในกระสอบบนกองขยะแถวดินแดง ในตอนที่สุริณี ธนสมบัติสกุล ไปพบน้องเริ่มหายใจรวยรินและลิ้นเป็นสีม่วง แต่น้องก็ยังสู้พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด จนในที่สุดน้องก็กลับมามีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งเธอได้ตั้งชื่อให้น้องว่า “กระสอบ” ตามสถานที่พบ และจุดนี้เองที่ทำให้สุริณีตัดสินใจเปิดเพจ “หมากระสอบ” เพื่อช่วยเหลือสุนัขจรจัด
“เหมือนเราเปลี่ยนชีวิตให้เขา พาเขาหลุดพ้นจากความตายให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เราก็อยากให้กระสอบเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่ช่วยเหลือเพื่อน ๆ สัตว์จรจัดต่อไป” สุริณีกล่าว
ภารกิจของหมากระสอบเน้นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนด้วย “การทำหมัน” โดยเฉพาะในชุมชนที่มีจำนวนสัตว์จรจัดเพิ่มขึ้นจนเป็นภาระ คอนเซ็ปต์ของที่นี่คือการทำหมันสัตว์ตัวโตแล้วให้อยู่ในพื้นที่เดิมเพื่อคุมถิ่น และเป็นการลดปัญหาสัตว์จรจัดอย่างยั่งยืน ส่วนลูกหมาแมวจะถูกนำออกมาหาบ้านใหม่เพื่อลดประชากรและสร้างชีวิตใหม่ให้แก่พวกน้อง ๆ
ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา เพจได้ช่วยเหลือสัตว์ไปแล้วมากกว่า 1,500 ตัว โดยงบประมาณหลักมาจากการระดมทุนหน้าเพจ เพื่อใช้เป็นค่าทำหมันให้สัตว์จรที่ไร้เจ้าของ
สำหรับเกณฑ์การเลือกบ้านใหม่ให้แก่น้องหมา สุริณียอมรับว่ามีเกณฑ์คัดเลือกที่ค่อนข้างละเอียด โดยจะดูที่ความเหมาะสมของสายพันธุ์กับสถานที่เลี้ยงเป็นอันดับแรก เพื่อไม่ให้สร้างปัญหาแก่เพื่อนบ้าน เช่นบางบ้านเป็นทาวเฮ้าส์ก็ไม่ควรรับสายพันธุ์ที่เห่าตลอดเวลา
เจ้าของเพจหมากระสอบ
ความมั่นคงในหน้าที่การงานและวุฒิภาวะของผู้เลี้ยงก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์จะได้รับการดูแลเมื่อยามเจ็บป่วย พร้อมเป็นการป้องกันไม่ให้สัตว์ถูกส่งคืนกลับมา หากไม่มีงบประมาณในการรักษาสัตว์ นอกจากนี้ วุฒิภาวะและอายุของผู้เลี้ยงก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าหากผู้เลี้ยงเด็กเกินไปก็อาจเกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้
ทางเพจยังมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องหลังการรับอุปการะ โดยเฉพาะหากรับสัตว์ไปตั้งแต่ยังเล็กจะมีการติดตามจนกว่าจะทำหมันเสร็จสิ้น เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์ทุกชีวิตที่ส่งต่อไปจะมีสวัสดิภาพที่ดีและยั่งยืนในบ้านหลังใหม่
“คนไหนที่รับน้องไปตอนเด็ก เราจะตามจนกว่าจะทำหมันเสร็จ หลังจากนั้นเราก็จะอัปเดตเขาน้อยลงเป็นแบบอัปเดตแบบปีหนึ่งสัก 3-4 ครั้ง แต่บางบ้านรับน้องไปนานเป็น 10 ปี ก็ยังมีการไลน์มาอัปเดตว่าน้องยังสบายดี หรือบางบ้านพอน้องเสียก็จะไลน์มาบอก หรือบางคนก็ไปเปิดไอจีเปิดเพจของน้องหมา เราก็จะเข้าไปดู” สุริณีกล่าว
นอกจากคนมักจะเข้าใจผิดว่าหมาจรเลี้ยงไม่เชื่องแล้ว สุริณียังระบุว่า คนมักจะคิดว่า “หมาจรไม่รักเจ้าของ” อีกด้วย ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย พร้อมยืนยันจากประสบการณ์ตรงว่าหมาจรเหล่านี้รักเจ้าของสุดหัวใจ
“คนเข้าใจว่าพอหมาจรโตแล้วจะไม่รักเจ้าของ ซึ่งไม่จริงเลยเพราะกระสอบก็รักเรามากจริง ๆ อยากให้คนเปลี่ยนมายเซ็ตว่าจริง ๆ แล้วไม่ว่าหมาจรหรือหมาพันธุ์อะไร เขามีความรักให้กับเจ้าของอย่างเต็มร้อยจริง ๆ เพียงแต่คุณต้องเปิดใจให้กว้าง แล้วรับความรักมา แล้วจะได้รู้ว่า การที่เขาอยู่หน้าประตูเพื่อรอคุณกลับบ้าน มันมีความหมายว่าเขารักคุณแบบสุดหัวใจ”
เครดิตภาพ: หมากระสอบ
กระสอบอยู่กับสุริณีมานาน 11 ปี ก่อนที่น้องจะกลับดาวหมาไปเมื่อเดือนพ.ย. 2025 จากโรคมะเร็ง แม้น้องกระสอบต้นกำเนิดเพจจะจากไปแล้ว แต่จิตวิญญาณของการให้โอกาสยังคงดำเนินต่อไป
นอกจากนี้ สุริณียังเล่าเรื่องของ “น้องคะน้า” หมาจรอีกตัวที่ทางเพจรับเลี้ยงไว้เอง “คะน้าเป็นหมาจรที่เราไปเลี้ยงข้าวเขาทุกวัน แต่วันนั้นได้ยินเสียงเขาร้อง เห็นเขาโดนเหล็กเสียบ เพราะเขาพยายามกระโดดข้าวรั้วแต่ไม่พ้น เราเลยเรียกกู้ภัยมาตัดเหล็ก พาไปส่งโรงพยาบาล เส้นเสียบโดนเส้นประสาท 2 เส้น เลยต้องทำกายภาพฝังเข็ม เราให้ความรักเขาแล้วก็ได้ความรักกลับ จนเรารู้สึกผูกพันกับเขา มีหมาไม่กี่ตัวหรอกที่เราอยากจะรับเลี้ยงไว้เอง” ปัจจุบันคะน้าก็กลับดาวหมาแล้วเช่นกัน
น้องคะน้า
เครดิตภาพ: เพจหมากระสอบ
สุริณียอมรับว่าเสียใจที่มีเวลาอยู่กับกระสอบและคะน้าน้อยเกินไป “ทุกคนที่มาส่วนใหญ่มาตอนที่โตแล้ว เราเลยเสียใจที่เขามาอยู่กับเราน้อยเกินไป บางคนถึงบอกว่าข้อเสียของหมาคืออายุ เราอยากให้อยู่ด้วยกันนานกว่านี้ แต่ที่ผ่านมาเราก็พยายามทำให้ดีที่สุด”
ในฐานะที่ สุริณีต้องดูแลสัตว์จำนวนมากและเผชิญกับความสูญเสียเกือบทุกวัน เธอจึงรับมือด้วยการทำความเข้าใจว่าเป็นเรื่องของสัจธรรมที่ต้องเกิดขึ้น แน่นอนว่าในวันที่กระสอบและคะน้าเสียชีวิต เธอเสียใจและร้องไห้ แต่สิ่งที่ทำให้ก้าวข้ามความโศกเศร้ามาได้คือ การมองว่าสัตว์เหล่านั้นได้จากไปพร้อมกับความรักที่ได้รับอย่างเต็มที่แล้ว
“เรามอบความรักให้เขาไปอย่างเต็มที่แล้ว เมื่อถึงเวลาที่เราต้องจากลา เขาก็ไปพร้อมกับความรักของเรา ถ้าเราเปลี่ยนความโศกเศร้าที่ทำให้คิดว่าไม่อยากให้มีใครมาทดแทน เปลี่ยนมาเป็นความคิดที่ว่า ยังมีหมาข้างนอกอีกมากมายที่ต้องการความรักจากคุณดีกว่า”
อีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความขัดแย้งในหลายพื้นที่ คือ การให้อาหารสัตว์ในที่สาธารณะหรือพื้นที่ของผู้อื่น ซึ่งสุริณีไม่เห็นด้วยกับการขาดความรับผิดชอบและสร้างภาระให้สังคม โดยเธอกล่าวว่า “อาหารเหล่านี้มันจะเหม็นบูดติดถนน กลายเป็นภาระให้เจ้าของพื้นที่ เราจำเป็นต้องเมตตาด้วยความพอดี อยู่บนความถูกต้อง และมีความรับผิดชอบ”
สุริณียังเล่าว่า ในกรณีที่หมาจรที่เธอคอยให้อาหารไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น เช่น ทำร้ายคน เธอจะรีบติดต่อไปเพื่อแสดงความขอโทษและรับผิดชอบทันที “เรารีบพาเขาไปหาหมอ เพราะหมาที่เราดูแลไปสร้างความเดือดร้อน ถ้าเราไม่ดูแลคนทั้งชุมชนก็จะเกลียดหมาทั้งหมดที่ไม่ได้ทำ แล้วจะโดนทำร้ายกันไปหมด”
“ตั้งแต่เลี้ยงหมาตั้งแต่ช่วยหมาจร เราเป็นคนอ่อนน้อมขึ้นมาก ยกมือไหว้คนที่เราไม่รู้จัก ขอโทษคนที่เราไม่รู้จักมากขึ้น ทำให้เขารู้สึกว่าคุณมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งทุกคนอาจไม่ต้องทำแบบเรา เพียงแต่คุณดูแลเขาแล้วต้องรอบคอบ ไม่ให้เกิดอันตราย เช่น คุณอยากเลี้ยงข้าวหมาจรคุณจะต้องไม่เทข้างนอกถนน ไม่ให้เขานั่งรอข้างถนน แล้วอาจไปวิ่งไล่รถ เราต้องรักสัตว์ด้วยความเข้าใจ”
การทำงานตลอด 11 ปีของเพจหมากระสอบพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความตั้งใจจริงสามารถเปลี่ยนโลกของสัตว์หนึ่งตัวได้ตลอดกาล และสามารถส่งต่อความรักความเมตตาให้แก่เพื่อนหมาจรตัวอื่น ๆ ได้อีกด้วย
สุริณี ธนสมบัติสกุล
ในงาน “โกฮัง..พาเพื่อน Welcome Home by Pramy”

