อยากทำธุรกิจWellness & Healthcareต้องรู้อะไรบ้าง

อยากทำธุรกิจWellness & Healthcareต้องรู้อะไรบ้าง

“Health & Wellness” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มาแรงอย่างมากในทศวรรษนี้ ยิ่งเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ยิ่งฮอตปรอทแตก

ใครๆ ก็อยากก้าวกระโดดมาสู่ธุรกิจดังกล่าว  ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเสริมสุขภาพจิต ธุรกิจเทคโนโลยี นวัตกรรมดูแล ป้องกัน รักษาสุขภาพ ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธุรกิจการให้บริการ ดูแลสุขภาพที่บ้าน ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ธุรกิจสปาและความงาม รวมไปถึงยา อาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ

ข้อมูลของสถาบันโกลบอลเวลเนส (GWI) มีการทำวิจัยเศรษฐกิจด้านสุขภาพทั่วโลก (Global Wellness Economy) ปี 2563 มีมูลค่าสูงถึง 4.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยสาขามูลค่าธุรกิจใหญ่สุด มีดังนี้

อันดับ 1 การดูแลตัวเอง ความสวยงาม การชะลอวัย (Personal Care & Beauty) ราว 9.55 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ

อันดับ2 การทานอาหารเพื่อสุขภาพ หรือทานอาหารเป็นยา อาหารลดน้ำหนัก (Healthy Eating,Nutrition,&Weight Loss)

อันดับ3 สาขาการออกกำลังกายและกายภาพ (Physical Activity)

อันดับ4 สาขาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ซึ่งจะเป็นสาขาที่จะเติบโตเป็น 2 เท่าในปี 2573 คาดว่าจะเป็น 1.59 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ จากปี 2563 ที่มีมูลค่าราว 4.36 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ถ้าไทยสามารถดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาได้มาก จะเป็นการช่วยเหลือประเทศในเชิงคุณภาพ เพราะใช้จ่ายต่อหัวสูง

 

อยากทำธุรกิจWellness & Healthcareต้องรู้อะไรบ้าง
 

  • หลักสูตร WHB อัพSkillผู้ประกอบการ

ศ.ดร.จันทร์จิรา วงษ์ขมทอง ผู้อำนวยการหลักสูตร Wellness & Healthcare Business Opportunity Program for Executives  มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าว่าหลักสูตร Wellness & Healthcare Business Opportunity for Executives (WHB) เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล, The Department of Community Global Health มหาวิทยาลัยโตเกียว, Huawei Technologies Thailand , และบริษัท Siam Health Development ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้บริหารและผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการแพทย์ในประเทศไทย

 

อยากทำธุรกิจWellness & Healthcareต้องรู้อะไรบ้าง

 

  • เติมความรู้ สร้างความชัดเจนพัฒนาธุรกิจWellness

โดยหลักสูตรดังกล่าว จะเป็นการอบรมผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถทำงานร่วมกันแบบเครือข่ายในการนำองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารอุตสาหกรรมทางการแพทย์และบริการสุขภาพด้าน Wellness แบบครบวงจร  ซึ่งจะเรียนรู้ทั้งหมด 18 สัปดาห์ และเปิดรับผู้เรียนไปแล้ว 1 รุ่น จำนวน 102 คน

ศ.ดร.จันทร์จิรา เล่าต่อว่าการพัฒนาธุรกิจ Wellness & Healthcare จะเป็นลักษณะต่างคนต่างทำ ภาครัฐก็ทำไปอย่างหนึ่ง ภาคเอกชนก็ทำไปอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อมาดูจะเห็นได้ว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาธุรกิจดังกล่าว คือการขาดองค์ความรู้ และขาดความชัดเจนว่าควรจะลงทุน หรือทำธุรกิจ Wellness & Healthcare  อย่างไร  รวมถึงขาดการเชื่อมโยงทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน

ธุรกิจนี้ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องป้องกัน หรือส่งเสริมสุขภาพผู้คนเท่านั้น แต่ต้องสามารถคาดการณ์โรคในอนาคต ดูแลผู้สูงอายุ นำเทคโนโลยีทางการแพทย์มาใช้ ดึงจุดเด่นของไทยทั้งด้านอาหาร สมุนไพร ท่องเที่ยว การฝึกดูแลจิตใจ มาบูรณาการเข้ากับทางการแพทย์และให้บริการ Wellness & Healthcare

อยากทำธุรกิจWellness & Healthcareต้องรู้อะไรบ้าง

" เรื่องเหล่านี้ต้องมีการทำความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ หลักสูตร WHB จะมีผู้เรียนซึ่งเป็นนักธุรกิจ 80 % และ 20 % มาจากส่วนราชการและภาครัฐเข้าร่วมอบรม เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ สร้างนวัตกรรมธุรกิจใหม่ สำหรับคนยุคใหม่ โลกในอนาคต และการเดินไปด้วยกันทั้งภาครัฐและเอกชน”ศ.ดร.จันทร์จิรา กล่าว

 

  • นักธุรกิจต้องมี passtion ลงมือทำด้วยตนเอง

 ศ.ดร.จันทร์จิรา กล่าวต่อไปว่าตอนนี้สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องทำ คือ ยอมรับว่าภาคธุรกิจ และภาครัฐยังขาดความเข้าใจถึงการทำธุรกิจ Wellness&Healthcare ขณะที่นักวิชาการทำงานวิจัยวิชาการแต่ไม่มีภาคธุรกิจมาเสริม มีเพียงบางแห่งที่ส่งเสริมสตาร์ทอัพ 

หากต้องการผลักดันให้ Wellness&Healthcare ของไทยเป็น HUB จะต้องเสริมพลังทวีคูณให้แก่กันและกัน ต้องเข้ามาทำและลงมือทำทันที ที่สำคัญการทำธุรกิจ ต้องเริ่มต้นที่ตัวเอง ถ้านักธุรกิจไม่เริ่มต้นที่ตัวเองก็ไม่สามารถให้บริหารหรือสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้

อยากทำธุรกิจWellness & Healthcareต้องรู้อะไรบ้าง

นักธุรกิจต้องมี passtion ต้องลงมือทำด้วยตนเอง หากจ้างให้คนอื่นทำจะไม่สามารถทำได้ และที่สำคัญต้องมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน หรือหาคนมาทำให้ ไม่สามารถเดินได้ ต้องมีpasstion มีความเข้าใจและเข้ามาร่วม

  • เรียนแล้วนำไปใช้สร้างธุรกิจ 

การเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือ การเรียนที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครธน เล่าว่า ตนมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ Wellness&Healthcare อย่างมาก เพราะตอนนี้ต้องยอมรับว่าธุรกิจโรงพยาบาลจะทำเรื่อง Medical Technology หรือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ รวมถึงการผลิตยาคงไม่ได้ เนื่องจากทุกวันนี้ไม่ว่าจะแนวทางการรักษา การใช้เทคโนโลยี ยาต่างๆล้วนซื้อจากประเทศตะวันตกทั้งสิ้น 

อยากทำธุรกิจWellness & Healthcareต้องรู้อะไรบ้าง

คนไทยอายุยืนยาวแต่เป็นมีปัญหาสุขภาพ ผู้ป่วยทุพพลภาพ เจ็บป่วย  สถานพยาบาลต้องช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี ผ่านการส่งเสริม การป้องกัน ไม่ใช่มุ่งการรักษาอย่างเดียว 

"หลักสูตร WHB จะช่วยเปิดช่องทางหรือโอกาสในการทำธุรกิจ Wellness&Healthcare จะเสริมจุดแข็ง ที่ประเทศไทยมีทรัพยากรอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร การบริการ การท่องเที่ยว การฝึกจิต การนวด สปา แผนแพทย์ไทย สมุนไพร เพราะหากสนับสนุนธุรกิจ Wellness&Healthcare มากขึ้น ย่อมหมายถึงมูลค่ารายได้จากการทำธุรกิจเหล่านี้นพ.วิโรจน์ กล่าว