วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่อวุ่น !! 'สถาบันฯปทุมวัน' ร้องอว.ขอให้ตรวจสอบแต่งตั้งผู้บริหารซ้อน

รักษาการแทนอธิการบดี "สถาบันฯปทุมวัน" ยื่นหนังสือต่ออว.ขอความช่วยเหลือแก้ปัญหาภายใน ระบุมีการ "แต่งตั้งผู้บริหาร" ซ้อนอีกกลุ่มไม่เป็นธรรม สร้างความสับสนในการปฎิบัติงานของบุคลากร พร้อมขอให้เร่งรัดช่วยตรวจสอบ

รศ.ดร.ประยูร สุรินทร์ รักษาราชการแทนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กล่าวว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ยื่นหนังสือต่อ ศ.ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัด อว. เพื่อขอให้ช่วยแก้ปัญหาการแทรกแซงการบริหารงานและบิดเบือนสายการบังคับบัญชาให้บุคลากรภายในสับสนและอึดอัดพร้อมเรียกร้องขอให้เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบและวินิจฉัยการประชุม "สภาสถาบันเทคโนโลยีปทุม" วันเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน พ.ศ.2564 ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

  • ยื่นหนังสือต่ออว.ร้องขอเร่งรัดให้ช่วยตรวจสอบ

เนื่องจาก ก่อนหน้านี้พล.ต.อ.เหมราช ธารีไทย นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งนายกสภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ประกอบกับอุปนายกสภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานต้นสังกัด จึงส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการจัดประชุมสภาสถาบันได้

ต่อมา ทาง "สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน"ได้ศึกษาพระราชบัญญัติ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พ.ศ. 2547 และข้อบังคับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ว่าด้วย การประชุมสภาสถาบัน พ.ศ. 2558 แล้ว จึงได้ทำเรื่องหารือไปยังกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตรกรรม "อว." ซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของ "สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน" แต่คณะกรรมการสภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันกลุ่มหนึ่งทำหนังสือขอให้เปิดประชุมนัดพิเศษ

  • จัดประชุม "แต่งตั้งผู้บริหาร"อีกชุดซ้อน

แม้เลขานุการสภาสถาบันฯ จะชี้แจงว่าอยู่ระหว่างหารือและรอข้อแนะนำตอบกลับจากอว. เพื่อจะได้ดำเนินการจัดประชุมสภาฯให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่คณะกรรมการสภากลุ่มดังกล่าวก็ยังพยายามดำเนินการต่างๆ เพื่อให้เกิดการประชุมกันเองเฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีความเห็นสอดคล้องกันขึ้น โดยไม่มีหนังสือเชิญประชุมกรรมการสภาสถาบันฯ ท่านอื่นๆ

"สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน"จึงได้ทำหนังสือแจ้งการจัดการประชุมของคณะกรรมการสภากลุ่มดังกล่าว ไปยัง อว.เพื่อขอความเห็นว่า เป็นการประชุมที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มติที่ประชุมมีผลบังคับใช้หรือไม่ ?  โดยมีว่าที่ร้อยตรีพงษ์เพ็ชร์ พิทยาพละ กรรมการสภาสถาบันฯ ได้ทำหนังสือแจ้งให้เลขานุการสภาสถาบันฯ ดำเนินการจัดประชุมสภาสถาบัน โดยอ้างว่า คณะกรรมการสภาสถาบันกลุ่มที่จัดประชุมก่อนหน้านี้ มีมติมอบหมายให้ตนเป็นประธานในที่ประชุมไปจนกว่าจะมีการ สรรหานายกสภาสถาบันหรือแต่งตั้งอุปนายกสภาสถาบันฯ

ดังนั้น ว่าที่ร้อยตรีพงษ์เพ็ชร์ พิทยาพละ กรรมการสภาสถาบันฯ และพวกได้ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของเลขานุการสภาสถาบันฯ และสำนักงานเลขานุการสภาสถาบันฯ ตามข้อบังคับ ด้วยการจัดทำหนังสือเชิญประชุม และยังดำเนินการจัดวาระการประชุมกันเอง จนกระทั่งมีมติที่ประชุมเมื่อวันพุธที่ 28 เม.ย.2564 เพื่อแต่งตั้ง รศ.ดร.เสถียร ธัญญศรีรัตน์ ให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนอธิการบดี

 

 

  • "แต่งตั้งผู้บริหาร" ไม่เป็นธรรม สร้างความสับสนแก่บุคลากร

โดยอ้างคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดซึ่งเป็นคำสั่งกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้รับคำฟ้อง ว่าเป็นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง (คำร้องที่ คบ. 74/2563 ค าสั่งที่ คบ. 292/2563) มีกลุ่มบุคคลทำการปลอมแปลงเอกสารทางราชการด้วยการแอบอ้างหน่วยงาน เลขหนังสือ และเลขคำสั่งสภาสถาบันฯ โดยมีว่าที่ร้อยตรีพงษ์เพ็ชร์ พิทยาพละ ลงนามในคำสั่งสภาสถาบันฯ โดยอ้างว่าตนดำรงตำแหน่งอุปนายกสภาสถาบัน ปฏิบัติหน้าที่แทน

นายกสภา "สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน" ซึ่งไม่มีเลขคำสั่งดังแอบอ้างอยู่ในระบบเอกสารของสำนักงานเลขานุการสภาสถาบัน เพื่อแต่งตั้งบุคคล ให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนหลายตำแหน่ง และ รศ.ดร.เสถียร ธัญญศรีรัตน์ กับ รศ.ดร.สันติ หวังนิพพานโต ได้เผยแพร่เอกสารนั้นเข้าสู่กลุ่มไลน์ของบุคลากรและผู้บริหารสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันซึ่งเป็นช่องทางในการสั่งงานทางราชการในช่วงที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันมีประกาศปิดทำการและให้บุคคลากรทุกหน่วยงานปฏิบัติการจากที่บ้าน (WFH) เพื่อลดโอกาสเสี่ยงอันตรายต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) จากการเดินทางและปฏิบัติงานร่วมกัน ส่งผลให้เกิดความสับสนในสายการบังคับบัญชาและการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลากรในสถาบันฯ

“รศ.ดร.เสถียร ธัญญศรีรัตน์ เชิญประชุมรองอธิการบดี และหัวหน้าหน่วยงานหลายระดับเพื่อรับฟังคำ สั่งการ ส่งผลให้สายการบังคับบัญชาบิดเบือนและบุคลากรเกิดความสับสนจงใจก้าวก่ายและแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของรักษาราชการแทนอธิการบดี สร้างปัญหาภายในสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันอย่างมาก  ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการปฎิบัติงานของตนและการปฎิบัติหน้าที่ของบุคลากร จึงได้มายื่นหนังสือต่ออว.เพื่อให้ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว” รศ.ประยูร กล่าว