สทนช. สรุปสถานการณ์น้ำล่าสุด อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศพุ่ง 82% ไทยตอนบนฝนเริ่มลด เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 18-19 ต.ค. นี้
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ชี้ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศพุ่งสูงถึง 82% ของความจุ ขณะที่ประเทศไทยตอนบนเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ และเตรียมรับมือปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญภาคตะวันออก
รายงานสถานการณ์ฝนตกสูงสุดรายภาค
จากการติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝนสะสมรายภูมิภาคในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ กทม. และภาคใต้ มี ปริมาณฝนตกสะสมสูงสุด โดยมีรายละเอียดแยกตามรายภาคดังนี้ (หน่วย: มิลลิเมตร)
- ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ปริมาณฝนสูงสุด 115 มม.
- ภาคใต้ จังหวัดสตูล ปริมาณฝนสูงสุด 105 มม.
- ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ปริมาณฝนสูงสุด 78 มม.
- ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ปริมาณฝนสูงสุด 74 มม.
- ภาคเหนือ จังหวัดอุทัยธานี ปริมาณฝนสูงสุด 66 มม.
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี ปริมาณฝนสูงสุด 19 มม.
พยากรณ์อากาศและแนวโน้มสภาพอากาศวันนี้
สภาพอากาศวันนี้ ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
แนวโน้มการคาดการณ์ช่วงวันที่ 18-19 ตุลาคม 2569
- ประเทศไทยตอนบน ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่
- ภาคใต้ ยังคงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จากอิทธิพลของร่องมรสุมและปัจจัยทางสภาพอากาศ
สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ
ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ขณะนี้มี ปริมาณน้ำรวม 82% ของความจุเก็บกัก คิดเป็นปริมาณน้ำ 66,662 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยแบ่งเป็น ปริมาณน้ำใช้การได้ 75% (42,533 ล้านลูกบาศก์เมตร) ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์น้ำมากเพียงพอสำหรับรองรับช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง
ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแยกรายภูมิภาค
เมื่อพิจารณาสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำแบ่งตามรายภาค พบว่า ภาคตะวันตกและภาคตะวันออกมีสัดส่วนปริมาณน้ำสูงที่สุด ดังนี้
- ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 21,112 ล้าน ลบ.ม. (77%)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 8,540 ล้าน ลบ.ม. (71%)
- ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 1,300 ล้าน ลบ.ม. (69%)
- ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 2,792 ล้าน ลบ.ม. (88%)
- ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำ 27,514 ล้าน ลบ.ม. (97%)
- ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 5,404 ล้าน ลบ.ม. (69%)
เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ 3 เขื่อนหลัก พื้นที่ EEC
สำหรับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา สทนช. ได้ติดตามสถานการณ์น้ำใน 3 เขื่อนหลักอย่างใกล้ชิด (ข้อมูล ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2569) พบว่าส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำเต็มความจุและใกล้เต็มความจุ ดังนี้
- เขื่อนหนองปลาไหล มีปริมาณน้ำ 182 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 111% (เกินความจุเก็บกัก ต้องบริหารจัดการการระบายอย่างระมัดระวัง)
- เขื่อนประแสร์ มีปริมาณน้ำ 266 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 90%
- เขื่อนบางพระ มีปริมาณน้ำ 103 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 88%
ติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา
สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประจำวันที่ 18 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ภาพรวมระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาและลำน้ำสาขามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ช่วยผ่อนคลายความกังวลเรื่องน้ำท่วมล้นตลิ่งในพื้นที่ตอนบน:
- สถานี P.17 (อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำอยู่ที่ 34.66 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 3.59 เมตร แนวโน้มระดับน้ำลดลง
- สถานี N.67 (อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำอยู่ที่ 24.07 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 4.14 เมตร แนวโน้มระดับน้ำลดลง
- สถานี C.2 (อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,571 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 21.51 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 4.19 เมตร แนวโน้มลดลง
การบริหารจัดการน้ำเขื่อนเจ้าพระยา
ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยา ควบคุมการระบายน้ำอยู่ที่ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +16.31 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ +14.05 ม.รทก. ทั้งนี้ สทนช. และกรมชลประทานยังคงบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนท้ายเขื่อนอย่างเต็มที่
ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ และพื้นที่ท้ายเขื่อนในเขต EEC ควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและระดับน้ำที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา





