วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เวียดนาม’ เซ็น FTA กับ 4 ชาติ ‘EFTA’ มุ่งยกเว้นภาษีสินค้ากว่า 98% ใน 7 ปี

เวียดนามและสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ซึ่งประกอบด้วย นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ บรรลุข้อตกลงและลงนามในข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ร่วมกัน

KEY POINTS

  • เวียดนามลงนามข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับ 4 ประเทศสมาชิกสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ได้แก่ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์
  • ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าระหว่างกัน โดยตั้งเป้าให้สินค้ากว่า 98% ได้รับการยกเว้นภาษีภายใน 7 ปี
  • สินค้าส่งออกหลักของเวียดนามคืออาหารทะเลและสิ่งทอ ขณะที่สินค้านำเข้าจาก EFTA คือเครื่องจักรอุตสาหกรรมและเวชภัณฑ์ โดยมีมูลค่าการค้ารวมปีละประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์
  • การบรรลุข้อตกลงเป็นผลมาจากการรื้อฟื้นการเจรจาที่หยุดชะงักไป เพื่อหาพันธมิตรทางการค้าใหม่ท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้าโลกและมาตรการภาษีของสหรัฐฯ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เวียดนาม และสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ซึ่งประกอบด้วย นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ บรรลุข้อตกลงและลงนามในข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ร่วมกันอย่างเป็นทางการ ณ กรุงฮานอย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากการเจรจาที่ยืดเยื้อมานานได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่เมื่อปีที่แล้ว ท่ามกลางกระแสความตึงเครียดด้านการค้าโลกและมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐ

กระทรวงการค้าเวียดนาม เปิดเผยว่า รัฐบาลเวียดนามได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่ร่วมกับ 4 ประเทศสมาชิกกลุ่ม EFTA ซึ่งสิ้นสุดการเจรจาไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 

รัฐบาลนอร์เวย์ ระบุในแถลงการณ์ว่า เมื่อข้อตกลงมีผลบังคับใช้ สินค้าส่งออกของนอร์เวย์ไปยังเวียดนามราวครึ่งหนึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรทันที และสัดส่วนสินค้าที่จะได้รับการยกเว้นภาษีจะพุ่งเกินกว่า 98% ภายในระยะเวลา 7 ปี

กระทรวงการค้าเวียดนามระบุว่า สินค้าหลักที่เวียดนามส่งออกไปยังตลาดกลุ่ม EFTA ได้แก่ อาหารทะเล รองเท้า สิ่งทอ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ตลอดจนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 

ขณะที่สินค้าที่นำเข้าจากกลุ่ม EFTA ส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์ และวัตถุดิบสำหรับภาคการผลิต โดยการค้าระหว่างสองฝ่ายมีมูลค่าเฉลี่ยสูงถึงราว 2 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

การบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการรื้อฟื้นเจรจาที่เคยหยุดชะงักไปนานเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงกดดันจากมาตรการภาษีสหรัฐ ส่งผลให้ชาติต่างๆ เร่งหาพันธมิตรทางการค้าใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง