พบเพื่อนบ้านที่ "คอนโด" หรือ "หอพัก" เดียวกัน "ติดโควิด-19" อย่าชะล่าใจ รีบเช็คความเสี่ยง ที่เกิดขึ้นสำหรับตัวเอง พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือกับความเสี่ยง
การระบาดของ "โควิด-19" ระลอกเดือน เม.ย. 64 ในประเทศไทยมียอดผู้ติดเชื้อสะสมในระลอกใหม่รวมมากกว่า 20,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความรุนแรงของ "โควิดสายพันธุ์อังกฤษ" ที่แพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิม 1.7 เท่า
การติดเชื้อ แพร่กระจายไปทุกที่และมักแพร่กระจายไปในพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก ไม่เว้นแม้แต่อย่าง "คอนโด" หรือ "หอพัก" ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเดินทางได้
"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" จึงชวนเช็คความเสี่ยงของตัวเองว่ามีความเสี่ยงแค่ไหน เมื่อมีคน "ติดโควิด" ในคอนโดหรือหอพักที่อาศัยอยู่ เพื่อให้สามารถป้องกันการแพร่กระจายต่อสู่คนอื่นๆ หรือเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
โดยรวบรวมสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ที่อาศัยแบบอาคารชุด เช่น คอนโด หอพัก เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงของตัวเองเบื้องต้นได้ โดยแบ่งเป็นลักษณะกิจกรรมที่เป็นกิจวัตรประจำวัน อาทิ การขึ้น-ลงลิฟท์ การใช้พื้นที่ส่วนกลาง เช่น ล็อบบี้ เป็นต้น
- คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย และผู้มีความเสี่ยงระดับต่างๆ
สีแดง : ผู้ป่วย จะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล
สีส้ม : เสี่ยงสูง ต้องตรวจโควิด-19 เพื่อให้แน่ใจ/กักตัว 14 วันเพื่อสังเกตอาการ
ผู้เข้าข่ายเสี่ยงติดโควิดสูง (สีส้ม) คือผู้ที่อยู่ในสภาวะ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 ตามลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
สำหรับผู้ที่เข้าข่าย "ความเสี่ยงสูง" ควรเข้ารับการตรวจโควิด-19 กับโรงพยาบาลที่ตนเองมีสิทธิรักษา โดยสามารถเช็คสิทธิการรักษาพยาบาลของตัวเองได้ที่ "สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ" หรือ คลิกที่นี่
สีเหลือง: เสี่ยงต่ำ แยกออกเป็น 2 กรณี คือ
1. กรณี (ส้ม) ติดโควิด ให้กักตัวสังเกตอาการ/ไปตรวจโควิด-19
2. กรณี (ส้ม) ไม่ติดโควิด ไม่ต้องกักตัว แต่ให้ระมัดระวังหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
สีเขียว : ไม่เสี่ยง เช็คอาการตัวเองเป็นระยะ แต่ไม่ต้องกักตัว ไม่ต้องตรวจโควิด-19
ทั้งนี้สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ต้องการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีหมายเลข "สายด่วน" อยู่ 3 สาย คือ
- 1668 ของกรมการแพทย์
- 1669 ของศูนย์แพทย์ฉุกเฉิน กทม.-ศูนย์เอราวัณ
- 1330 ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ-สปสช.
ที่มา : กรมควบคุมโรค , กระทรวงสาธารณสุข, สปสช.









