วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร่วมมือป้องกันโควิด สร้างกำลังใจคนทำงาน

การป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ไม่สามารถดำเนินการลำพังด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องให้ความร่วมมือกันเพื่อนำประเทศไทยให้ก้าวข้ามวิกฤติครั้งนี้ไปได้ โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีจำนวนการติดเชื้อก้าวกระโดด

การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระดับหลักร้อย โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2563 มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 144 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 115 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในแรงงานต่างด้าวจากการคัดกรองเชิงรุกลดจำนวนลงเหลือ 14 ราย และเป็นผู้ติดเชื้อในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 15 ราย รวมแล้วประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ 6,285 ราย ซึ่งแม้จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อต่อวันอยู่ในระดับสูงในช่วงหลัง แต่ถือว่าน้อยกว่าประเทศหลายประเทศมาก เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 142 ของโลก

การติดเชื้อในระดับปัจจุบันถึงแม้จะมีช่วงที่มีจำนวนก้าวกระโดด แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความร่วมมือของประชาชนในการป้องกันการแพร่ระบาด โดยเฉพาะการใส่หน้ากากและการล้างมือเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ที่ทำให้เราได้เห็นภาพประชาชนส่วนใหญ่สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าในสถานที่สาธารณะ รวมถึงความร่วมมือในการติดตามเฝ้าระวัง การลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” เพื่อเป็นข้อมูลในการใช้บริการแต่ละสถานที่ 

ในขณะที่การทำงานอย่างหนักของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนทำให้ประเทศไทยควบคุมการระบาดได้ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นหน่วยงานหลักในการระดมทีมงานเข้ามารับมือการระบาดของโรคโควิด-19 มาตั้งแต่ต้นปี 2563 ซึ่งผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนต่างมีส่วนร่วมทั้งหน่วยงานส่วนกลาง หน่วยงานส่วนภูมิภาค และลงถึงระดับชุมชนที่มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เป็นกำลังสำคัญในระดับฐานรากที่ทำหน้าที่ทั้งการเฝ้าระวังและการให้ความรู้กับประชาชนในการป้องกันการระบาด

เจ้าหน้าที่และบุคลากรด้านสาธารณสุขจึงเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูง ถึงแม้ว่าบุคคลเหล่านี้จะมีอุปกรณ์ป้องกันที่รัดกุมก็ตาม ส่วนการที่นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ติดเชื้อโควิด-19 ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนแรกของประเทศไทยที่ติดเชื้อ ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จังหวัดสมุทรสาคร พบการติดเชื้อที่รุนแรงในกลุ่มแรงงานต่างด้าว จนต้องมีการสร้างโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับการรักษาอาการให้กับผู้ติดเชื้อ

การป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ไม่สามารถดำเนินการลำพังด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องให้ความร่วมมือกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน เพื่อนำประเทศไทยให้ก้าวข้ามวิกฤติครั้งนี้ไปได้ โดยจะต้องปิดจุดอ่อนที่เคยปรากฏให้ได้ทั้งการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงแบบในอดีต เช่น สนามมวย รวมถึงการลักลอบเข้าประเทศจนไม่ต้องเข้าสู่การกักตัวและขบวนการค้ามนุษย์ เพื่อให้ประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤติได้อย่างเข้มแข็ง