ครั้งแรก “ดาวเทียม” ผลงานเด็กมัธยมฯ กรุงเทพคริสเตียนฯ สู่อวกาศ พ.ย.นี้

เด็กไทยเจ๋งไม่แพ้ใครในโลกดูจะเป็นเรื่องจริง เมื่อเหล่าน้องๆ นักเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (ก.ท) ได้สร้างดาวเทียมภายใต้ชื่อ “BCCSAT-1” ซึ่งถือเป็นดาวเทียมดวงแรกที่เป็นผลงานของเยาวชนไทย และกำลังส่งเข้าสู่อวกาศในเดือนพ.ย.2563 นี้
โครงการ “BCC SPACE PROGRAM : การส่งดาวเทียม BCCSAT-1 เข้าสู่อวกาศ” โครงการที่กระตุ้นให้นักเรียนมีความสนใจด้านเทคโนโลยีอวกาศ และสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ธนิน ลิมปะพันธุ์ และชวัลวัฒน์ มาตรคำจันทร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สองหนุ่มตัวแทนนักเรียนที่สร้างดาวเทียม BCCSAT-1 ช่วยกันเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่าโครงการดังกล่าวเข้ามาในช่วงที่พวกเขากำลังขึ้นม.4 และตอนนั้นโรงเรียนมีการปรับแผนการสอน โดยมุ่งให้นักเรียนเลือกเรียนตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัย พวกเราสนใจเกี่ยวกับวิศวกรรมการบิน อวกาศ และหุ่นยนต์ เพราะเป็นสาขาที่มีความต้องการกำลังคน อีกทั้งเป็นการค้นหาตัวเอง ความท้าทายว่าจะสามารถสร้างดาวเทียม หรือมีความพร้อม ถนัดการเรียนหลักสูตรด้านการวิศวกรรมการบินและอวกาศหรือไม่
“การสร้างดาวเทียมเป็นความร่วมมือของนักเรียนทั้งหมด 36 คน แบ่งเป็นนักเรียนชั้นม.6 จำนวน23 คน และม.5 จำนวน 13 คน โดยมีการทำงานทั้งด้านการสื่อสาร ภาคพื้นดิน โครงสร้าง รวมถึงองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อนำมาใช้ผลิตดาวเทียมดวงแรกที่มีจุดเด่นในการถ่ายภาพเกี่ยวกับพื้นที่การเกษตรของประเทศไทย เพราะไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม การมีดาวเทียมที่สามารถถ่ายภาพ ระบุพื้นที่การเกษตรได้จะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสินค้าการเกษตร ช่วยเกษตรกรได้ และดาวเทียมดังกล่าวเป็นดาวเทียมดวงที่เล็กที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีการผลิตดาวเทียมมา” ธนิน กล่าว
ผลงานดาวเทียมเกิดจากการนำองค์ความรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ฟิสิกส์ ชีววิทยา และการผลิตคิดค้นนวัตกรรมที่มีเป้าหมายเพื่อช่วยเกษตรกร รวมทั้งแสดงให้เห็นว่าเด็กไทยมีศักยภาพผลิตค้นค้นในเรื่องเหล่านี้
ชวัลวัฒน์ กล่าวว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวคือการที่เราค้นหาตัวเองเจอว่าเราเหมาะกับสาขาด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศหรือไม่ ซึ่งโดยส่วนตัวก่อนเข้าร่วมโครงการมีความสนใจเกี่ยวกับหุ่นยนต์ เมื่อเข้าร่วมทำให้มีมุมมองที่กว้างมากขึ้น และสนใจทำหุ่นยนต์ที่จะไปใช้ในอวกาศ โครงการดังกล่าวไม่ใช่เพียงกระตุ้นให้เด็กๆ เกิดความสนใจดาวเทียม หรือวิศวกรรมการบินและอวกาศเท่านั้น แต่กระตุ้นให้ทุกคนเห็นว่าเด็กไทยมีความสามารถขอเพียงโอกาสแก่พวกเขา
“ผมมองว่าประเทศไทยมีการสนับสนุนวิศวกรรมการบินและอวกาศในระดับที่น้อยอยู่ ทั้งที่เด็กไทยมีความรู้ความสามารถและความสนใจเรื่องนี้จำนวนมากแต่พวกเขาขาดโอกาส ที่สำคัญเรื่องการบินและอวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเด็กอีกต่อไป ฉะนั้น หลักสูตรในระดับมัธยมศึกษาควรมีการบรรจุสาขาวิชาที่เป็นอาชีพของเด็กในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น วิศวกรรม สถาปัตยกรรม ด้านไอทีให้เด็กได้เลือกเรียนเพื่อจะได้รู้จักตนเอง และช่วยเพิ่มบุคลากรในสาขาที่ขาดแคลน อีกทั้งจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กไทยได้เห็นอาชีพด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศว่าเมื่อพวกเขาจบแล้วจะไปทำงานที่ไหน ควรมีตำแหน่งที่ชัดเจน” ธนิน กล่าว
โครงการดังกล่าว ก.ท ได้ร่วมกับบริษัท ASTROBERRY และได้ทำสัญญาความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือและมหาวิทยาลัยโตเกียวในการพัฒนาพื้นฐานองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศให้แก่นักเรียนผ่านการเรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฎิบัติ ซึ่งการพัฒนาดาวเทียมขนาดเล็กนับเป็นการบูรณาการความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา รวมถึงการเป็นพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21
“ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)” กล่าวว่าโครงการดังกล่าว เป็นความสำเร็จด้านวิชาการของก.ท โดยเฉพาะโครงการ BCC Space Program ได้แสดงให้เห็นว่านักเรียนไทยมีความรู้ความสามารถ ไม่แพ้นักเรียนชาติอื่นๆ สามารถคิด และลงมือปฏิบัติ โดยการประยุกต์ใช้ความรู้ที่มีมาบูรณาการจากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่ได้มีประโยชน์ต่อตัวนักเรียนเพียงเท่านั้น แต่มีต่อการพัฒนาสังคม และประเทศชาติ
“ประโยชน์ที่จะได้รับจากดวงเทียมดวงนี้ ไม่ได้มีอยู่เพียงสิ่งที่นักเรียนนำเสนอเท่านั้น รวมทั้งความร่วมมือร่วมใจของคณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และกำลังใจจากผู้ปกครอง การสนับสนุนของโรงเรียน เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงพลวัตอันสำคัญ ที่ใช้ในการขับเคลื่อนการศึกษาให้พัฒนาต่อยอดไปอีกขั้นหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความรู้อยู่ในอากาศ เด็กต้องหาข้อมูลที่มีอยู่มากมาย และครูต้องเข้าใจบริบทนักเรียนขยายผลรับความรู้ อนาคต กระทรวงศึกษาธิการจะปรับแนวทางหลักสูตรต่างๆ ให้เด็กอยู่ในบริบทที่ตัวเองชอบ ไม่ได้ดูแต่มาตรฐานไปครอบเด็ก ซึ่งเด็กในตอนนี้มีความคิด ดังนั้น โรงเรียน ครู ผู้บริหารต้องจัดการเรียนรู้เติมเต็มศักยภาพของเด็กและมีโอกาสแสดงออกตามความสามารถของพวกเขา” รมว.ศธ. กล่าว
ดาวเทียม “BCCSAT-1” เป็นผลงานที่ได้แสดงศักยภาพของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยหลังจากนี้จะมีการส่งดาวเทียมไปที่ประเทศอิตาลี เพื่อเซตระบบ ก่อนจะส่งต่อไปประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นศูนย์ปล่อยไปยังอวกาศต่อไป







