เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง

ชวนขับรถเที่ยวชม เส้นทางขึ้นดอยไปหมู่บ้านเลาวู ของชาวเขาเผ่าลีซู ซึ่งเป็น "ประตูสู่เวียงแหง" จ.เชียงใหม่ เป็นจุดชมวิวดอยหลวงเชียงดาว และมีอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

KEY

POINTS

  • บ้านเลาวูเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลีซูที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็น "ประตูสู่เวียงแหง" ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางหลวงหมายเลข 1322 จังหวัดเชียงใหม่
  • จุดสูงสุดของเส้นทางนี้อยู่บริเวณใกล้หมู่บ้านเลาวู มีการสร้างสัญลักษณ์เป็นประตูสองฝั่งถนน เป็นจุดชมวิวดอยหลวงเชียงดาว และมีอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
  • บริเวณดังกล่าวมีความสวยงามโดดเด่นในช่วงเดือนมกราคม เนื่องจากมีดงต้นนางพญาเสือโคร่งที่จะออกดอกบานสะพรั่งเป็นสีชมพูตัดกับสีฟ้าสดใสของท้องฟ้าในช่วงหน้าหนาว

คงไม่ช้าไปที่จะกล่าวคำว่า “สวัสดีปีใหม่” แด่ท่านผู้อ่านทุกท่าน ขอให้ทุกท่านมีความสุข เติบโต รุ่งเรืองและแข็งแรงตลอดปีและตลอดไปครับ ครั้งนี้ยังอยู่ในบรรยากาศของการขับรถเที่ยวทางภาคเหนือในบรรยากาศ “ปีใหม่” ซึ่งในการขับรถท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ในถนนหลวงต่างๆ ของบ้านเรา

โดยเฉพาะทางภาคเหนือในช่วงเวลานี้นั้น เป็นอะไรที่วิเศษมากถือเป็นช่วงเวลาพักผ่อนจริงๆ เพราะบ้านเรานั้นถนนหนทางดีเหลือเกิน ขับไปเพลินๆ ไม่ต้องรีบร้อน ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ภูเขาซ้อนซับ สีเขียวเย็นสบายตา ฟ้าใสแจ๋ว แวะตามจุดพักตามเส้นทางต่างๆ ยิ่งถ้าเดินทางในช่วงดอกไม้บาน อย่างดอกบัวตองสีเหลืองๆ ที่จะบานราวกลางเดือนพฤศจิกายน แต่ถ้ามาราวๆ มกราคม ตามริมทางก็จะเป็นดอกนางพญาเสือโคร่ง

ถ้าเลยมาถึงช่วงกุมภาพันธ์ ป่าเต็งรังจะผลัดใบทั้งหุบเขาจะราวกับโถที่ใส่ลูกกวาดหลากสี สีสันต่างๆ ของใบไม้ผสมกันอยู่ในนั้นดูละลานตามาก พอไม้ผลัดใบกันหมด รออีกไม่นานก็จะเริ่มแตกใบอ่อน ช่วงที่ใบอ่อนกำลังแทงใบนี่ก็เช่นเดียวกัน ถ้ามองย้อนแสง จะสวยมาก

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง ถนนหมายเลข 1322 ช่วงนางพญาเสือโคร่งบาน

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง

ที่ว่ามาทั้งหมดนี่คือสีสันริมทางที่เราจะพานพบได้ไปจนถึงต้นเดือนมีนาคม หลังจากนั้นจะเข้าฤดูกาลไฟป่าแล้ว ไม่น่าเที่ยวแล้ว แต่จะเห็นว่าช่วงเวลาทองของการขับรถเที่ยวทางเหนือนั้น มีถึง 4 เดือนทีเดียว ครั้งนี้ผมจะยกตัวอย่างเช่น ทางจากเมืองงายในอำเภอเชียงดาว ไปอำเภอเวียงแหง โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1322

อย่างที่บอกว่าเส้นทางนั้นมีเยอะเหลือเกิน แต่ผมจะยกมาเป็นตัวอย่างแค่ 1 เส้นทาง โดยถ้าเราเริ่มจากอำเภอเชียงดาว ก็ใช้ถนนหมายเลข 107 ก่อน มาไม่ไกลก็จะเจอแยกเมืองงาย ให้เลี้ยวซ้ายมาตามถนนหมายเลข 1178 ถนนเส้นนี้ก็จะผ่านอุทยานแห่งชาติผาแดง (น้ำตกศรีสังวาลย์) ไปจนถึงสามแยกชนเผ่า ถ้าเลี้ยวซ้ายก็จะไปบ้านเมืองนะ ถ้าออกขวาก็จะไปบ้านอรุโณทัย ขึ้นไปอ่างขางได้นั่นเอง อยากให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพกว้างๆ ก่อนว่าเราอยู่ตรงไหนของเส้นทาง การปักหมุดซึ่งเป็นที่นิยมของสมัยนี้

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง บ้านลีซู เลาวู

เราไปถูก แต่จะไม่เห็นภาพกว้าง ถนนหมายเลข 1322 ของจุดหมายปลายทางในครั้งนี้ จะเลยจากแยกเมืองงายเข้ามาไม่ไกล ก็จะเจอด่านตรวจบ้านทุ่งข้าวพวง จะมีทางแยกซ้ายมือ ตรงนั้นจะมีด่านตรวจถาวรของตำรวจอยู่ด้วย นี่แหละถนนหมายเลข 1322 จุดหมายปลายทางที่จะเล่าสู่กันฟังครั้งนี้

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง ประตูเวียงแหง

แม้จะเป็นถนนสองเลนสวนทางกัน แต่สภาพทางดีมาก ทางจะขึ้นเขาไต่ไปตามสันดอย แต่ไม่ได้น่ากลัว โค้งก็ไม่มาก ชันก็ไม่มาก เรียกว่าขับรถได้พอเพลินๆ จุดหมายปลายทางของถนนเส้นนี้คือ “อำเภอเวียงแหง” ซึ่งเป็นอำเภอที่ติดชายแดนของ “จังหวัดเชียงใหม่” ทางทิศตะวันตกนั่นเอง และถ้าต่อจากเวียงแหงไปอีกนิดเดียวก็คือ “บ้านเปียงหลวง” ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนจริงๆ ที่บ้านเปียงหลวงนี้จะมีช่องทางที่ผ่านเข้าไปยังเมียนมาได้ ชื่อว่า ช่องหลักแต่ง ช่องทางด่านใกล้กันทางตะวันออกคือ “กิ่วผาวอก” นั่นเอง

เล่าสภาพที่ตั้งให้ท่านผู้อ่านพอให้ได้เห็นภาพกันแล้ว เป็นการคร่าเวลาระหว่างขับรถไปตามทาง ถนนสายนี้จะผ่านทางขึ้น “ดอยค้ำฟ้า” ของอุทยานแห่งชาติผาแดง ซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามมากอีกจุดหนึ่ง แต่ครั้งนี้เราจะเลยทางเข้าดอยค้ำฟ้าไปก่อน

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง ดอยหลวงเชียงดาวโดดเด่นในจุดชมวิว

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง

เมื่อมองทางซ้ายของถนน จะเห็น “ดอยหลวงเชียงดาว” โดดเด่นในแนวยาว คือจะเห็นทรวดทรงของขุนดอยแห่งนี้ได้อย่างโดดเด่นทีเดียว โดยมีภูเขาน้อยใหญ่เป็นลอนต่อเนื่องกัน เหมือนทะเลภูเขาและเห็นดอยหลวงเชียงดาวโผล่เด่นขึ้นมา 

ถ้ามาในช่วงราวกลางเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงธันวาคม สองข้างทางก็จะสวยงามไปด้วยดอกบัวตองสีเหลืองอร่าม แต่ทว่าถ้ามาในช่วงเดือนมกราคม ก็จะเห็นดอกนางพญาเสือโคร่ง เป็นสีชมพูบานอยู่สองข้างทางเป็นระยะ และจะโดดเด่นมากเมื่อเข้าสู่หมู่บ้าน “เลาวู” ซึ่งเป็นประตูสู่เวียงแหงนั่นเอง

จุดที่เป็นประตูเวียงแหงนี้ เป็นจุดสูงที่สุดในเส้นทางสายนี้ บนยอดเนินมีการสร้างเป็นปีกประตูไว้สองฝั่งถนน ตรงนี้จะเป็นลานขนาดใหญ่ มีจุดชมทิวทัศน์มองเห็นดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งถ้ามาช่วงเช้า น่าจะมีหมอก แต่ผมไปสายไปหน่อย เลยเห็นแต่แดด 

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง อนุเสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร บนเนินพญาเสือโคร่ง

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง ดอยหลวงเชียงดาว 

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง นางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่ง 

บนยอดเนินมีดงต้นพญาเสือโคร่ง กว้างสัก 2-3 งาน มีแต่พญาเสือโคร่งทั้งนั้น แล้วคิดดูว่าในช่วงที่มันกำลังผลิบานนั้น เนินนี้จึงสวยสะดุดตา สีชมพูหวานๆ ของนางพญาเสือโคร่งตัดกับฟ้าสีฟ้าที่ใสกริ๊บ จึงเป็นอะไรที่สวยงามน่าประทับใจ ด้านหน้าเป็นอนุเสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในท่าประทับยืนอยู่บนเนินพญาเสือโคร่ง

ในประวัติศาสตร์นั้นบันทึกไว้ว่า สมเด็จพระนเรศวรได้ยกทัพจะไปตีพม่า โดยผ่านทางเมืองงาย และเสด็จสวรรคตระหว่างทางจึงต้องยกทัพกลับ ถนนสาย 1322 นี้จึงมีอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร ทั้งที่บ้านเมืองงายและบนเนินประตูเวียงแหงนี้

ที่นี่เห็นทีว่าน่าจะกางเต็นท์พักแรมได้ เขามีห้องน้ำไว้ด้วย แต่ผมไม่ได้ไปดูสภาพว่าเป็นอย่างไร นอกจากนั้นก็มีบ้านอยู่หลังหนึ่ง เป็นของชาวบ้านเลาวูนั่นแหละ และมีแผงขายพืชผลทางการเกษตรที่ชาวบ้านจะนำมาขายให้นักท่องเที่ยวที่มาแวะชมวิวที่นี่

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง ลานกางเต็นท์ที่เนินพญาเสือโคร่ง

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง เสาชิงช้าของลีซู

เมื่อมาถึงจุดสูงสุดแล้ว ทางก็จะเริ่มลงเขา ค่อยๆ ลง ห่างจากประตูเวียงแหงที่มีดงพญาเสือโคร่งมาราว 1 กม. ก็จะถึงบ้านเลาวู จริงๆ แล้วหมู่บ้านเลาวูเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลีซู ปลูกบ้านอยู่ตามความลาดชันของภูเขา เรียงรายลดหลั่นกันลงมา โดยมีถนนผ่ากลาง ความสวยงามก็คือสองข้างทางริมถนนที่ผ่านหมู่บ้านนี่แหละ ที่จะมีดอกไม้ตามฤดูกาลออกดอกบานสะพรั่ง ให้บรรยากาศการเป็นหมู่บ้านบนดอยที่น่าอยู่จริงๆ จากบ้านเลาวูไปอีกไม่กี่กิโลเมตร ก็ถึงตัวอำเภอเวียงแหงแล้ว

เลาวู....ประตูสู่เวียงแหง นั่งอาบแดดไล่ความหนาว

อันที่จริงในข้อมูลบอกว่า มีน้ำตกนารา อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน รวมทั้งมีโฮมสเตย์ในหมู่บ้านด้วย แต่ผมไม่ได้ลองไปใช้บริการ เลยจะไม่เน้นก็แล้วกัน แต่เพียงแค่นี้ แค่ได้ขับรถชมทิวทัศน์ของขุนดอยหลวงเชียงดาว ได้เห็นดอกไม้สวยงามข้างทาง สำหรับคนเดินทาง เพียงแค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับ

บางที ความสุขก็ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก หาได้ง่ายๆ ระหว่างทางนี่เอง...