การพัฒนาทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ Strategic Thinking สำหรับปี 2569

ในปี 2569 ทักษะในการคิดประการหนึ่งที่สำคัญ ที่ผู้บริหารและคนทำงานควรจะต้องมี คือการคิดเชิงกลยุทธ์ หรือ Strategic Thinking
การคิดเชิงกลยุทธ์ ไม่ได้เป็นสิ่งที่ใหม่ แต่จะมีความสำคัญมากขึ้นสำหรับปีใหม่นี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ที่รวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น
ในปี 2569 AI จะเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะการช่วยคิดและตัดสินใจ ทำให้ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนแตกต่างจาก AI คือความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์ ทั้งการมองภาพรวม การเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ เข้าด้วยกัน ฯลฯ
เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น ความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์ของแต่ละองค์กรจะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้องค์กรแต่ละแห่งแตกต่างกัน
นอกจากนี้ ปี 2569 ภาวะเศรษฐกิจของไทยยังไม่ฟื้นตัว มีความไม่แน่นอนของปัจจัยทั้ง ภูมิรัฐศาสตร์ การเมืองภายในประเทศ สังคมและประชากร
ทำให้องค์กรที่จะประสบความสำเร็จ จะต้องไม่เพียงแค่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่จะต้องสามารถคาดการณ์ มองเห็นถึงแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายฉากทัศน์ และเตรียมแผนเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงไว้ ไม่ใช่แค่แก้ไขปัญหาไปวันๆ
ถ้าถามว่าการคิดเชิงกลยุทธ์คืออะไร? นิยามง่ายๆ หนึ่งคือ “เป็นความสามารถในการเห็นทั้งสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และสิ่งที่เป็นไปได้ในอนาคต พร้อมทั้งสามารถตัดสินใจเลือกทางเลือกที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ”
การคิดเชิงกลยุทธ์จะเป็นการมองไปในอนาคต มองภาพใหญ่ มองความเชื่อมโยงหรือความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ การพยายามทำความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของปัจจัยต่างๆ การตั้งคำถามที่ท้าทายต่อสมมติฐานเดิมที่มีอยู่ รวมทั้งคิดเผื่อไปถึงผลกระทบของการตัดสินใจที่จะเกิดขึ้น
โชคดีว่าการคิดเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่ทักษะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่สามารถเกิดขึ้นจากการเรียนรู้ และทุกคนสามารถพัฒนาทักษะนี้ได้ด้วยตนเองได้ผ่านแนวทางง่ายๆ
1. ติดตามข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ - ไม่มองเฉพาะปัญหาหรืองานตรงหน้า แต่ติดตามต่อเรื่องราวต่างๆ ในมุมมองที่กว้างขึ้นด้วย อาจจะใช้เวลา 10-15 นาทีต่อวันในการติดตามข่าวทางด้านธุรกิจ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ
พยายามมองหาข้อมูลและข่าวสารที่สำคัญทั้งจากภายในและภายนอกธุรกิจและฝึกมองหาความเชื่อมโยงที่คนอื่นอาจจะมองข้าม
2. เพิ่มพูนประสบการณ์และความรู้ของตนเอง - ต้องกล้าที่จะก้าวออกจากสิ่งที่ถนัดหรือคุ้นเคย การได้พบเจอหรือสัมผัสในสิ่งที่แตกต่างจะทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละองค์ประกอบ
การเพิ่มพูนความรู้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนต่างสายอาชีพ ก็เป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มพูนมุมมองและประสบการณ์ การรับงานที่ไม่คุ้นเคยหรืองานนำไปสู่ความเครียดเล็กๆ จะช่วยเร่งให้เกิดการคิดและความพยายามเพื่อหาทางออกใหม่ๆ
สำคัญคือต้องอย่าหยุดสงสัยและหยุดเรียนรู้ การมีฐานความรู้ที่กว้างคือปัจจัยสำคัญสำหรับการคิดเชิงกลยุทธ์ ทำให้สามารถมองเห็นโอกาสหรือทางออกที่คนอื่นมองไม่เห็น
3. มีเวลาสำหรับการคิดเชิงกลยุทธ์หรือ Strategy Time - อาจจะไม่นาน เช่น วันละไม่กี่นาทีหรือ 30 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อใช้กับการมองภาพใหญ่ การวางแผน การเรียนรู้ เป็นเวลาที่จะต้องถอยออกจากการแก้ไขปัญหารายวัน และตั้งคำถามต่อตนเองว่าสิ่งที่ทำอยู่มีความสัมพันธ์กับเป้าหมายใหญ่หรือแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
4. ฝึกใช้เครื่องในการคิดเชิงกลยุทธ์กับปัญหาเล็กๆ ในชีวิตจริง - เครื่องมือทางกลยุทธ์สามารถนำไปใช้กับชีวิตส่วนตัวได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น SWOT วิสัยทัศน์ กลยุทธ์การเติบโต การกำหนดฉากทัศน์ (Scenario) ฯลฯ
การใช้เครื่องมือเหล่านี้เป็นเสมือนเป็นแบบฝึกหัดสั้นๆ ที่ฝึกกระบวนการคิดในเชิงกลยุทธ์ ที่สำคัญคือต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนการคิดจากแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การมองไปข้างหน้าที่เป็นภาพใหญ่มากขึ้น และกลายเป็นสัญชาตญาณในที่สุด
ลองนำแนวทางง่ายๆ ทั้งสี่ประการข้างบนไปลองใช้ดูและจะพบว่าท่านจะมีทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ที่มากขึ้น เพื่อที่จะได้เตรียมพร้อมต่อความปั่นป่วนและไม่แน่นอนในปี 2569 นี้







