เช็คที่นี่! "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ครึ่งหลังเดือนสิงหาคม 2563 ผู้ถือบัตรบัตรคนจน จะได้รับสิทธิ์อะไรบ้าง
อัพเดทสิทธิสวัสดิการของภาครัฐ สำหรับผู้ที่ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ในครึ่งหลังของเดือนสิงหาคม 2563 ว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ท่านใดจะได้รับสิทธิช่วยเหลืออะไรบ้าง และเงินจะโอนเข้าวันที่เท่าไร?
ทั้งนี้สำหรับสิทธิ์ของผู้ถือบัตรคนจนในเดือนสิงหาคม 2563 จะได้ทั้งหมด 7 สิทธิ เมื่อเจาะลึกเฉพาะครึ่งหลังของเดือนสิงหาคม 2563 (ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2563) จะมีทั้งหมด 4 สิทธิ์ ดังนี้
- วันที่ 15 สิงหาคม 2563
1.เงินคืนภาษี 5% ของยอดเงินที่ใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ หากผู้ที่ถือบัตรคนจนนำบัตรไปรูดซื้อของที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคืนภาษี ซึ่งร้านค้าจะเก็บรวบรวมยอดไว้ในแต่ละเดือน คิดเป็นจำนวน 5% ของยอดที่ใช้จ่ายไป โดยเงินที่คืนจากส่วนนี้ แต่ละคนจะได้คืนสูงสุด 500 บาท ซึ่งจะเป็นการจ่ายเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) สามารถรูดออกมาเป็นเงินสด หรือใช้จ่ายผ่านบัตรกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ แต่เงินจำนวนนี้จะสามารถใช้ได้ในเดือนถัดไป
ยกตัวอย่างเช่น จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการไป 100 บาท จะได้เงินคืนจากแวต 5% เข้าบัตรในเดือนถัดไป 5 บาท, หากจ่ายผ่านบัตร 500 บาท จะได้เงินคืนจากแวตนี้เข้าบัตรในเดือนถัดไป 25 บาท, หรือหากจ่ายผ่านบัตร 1,000 บาท จะได้เงินคืนจากแวตนี้เข้าบัตรในเดือนถัดไป 50 บาท เป็นต้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- สรุป! วันหยุด 2563 เหลืออีก 4 เดือน ก.ย.-ธ.ค. ได้หยุดยาววันไหนบ้าง?
- 'เราไม่ทิ้งกัน' ตรวจสอบสิทธิรับ 'เงินเยียวยา' 15,000 บาท สำหรับคนยังไม่ได้เงิน
- 'ธ.ก.ส.' เปิดให้ขอสินเชื่อ New Gen Hug ได้ผ่านไลน์
ทั้งนี้โดยอัตราภาษีแวตปกติ 7% นั้น แยกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1% เป็นส่วนที่ผู้ถือบัตรต้องจ่ายอยู่แล้วเมื่อนำบัตรไปใช้จ่าย จากเดิมที่ต้องจ่ายเต็ม 7% ส่วนอีก 5% เป็นเงินที่ผู้ถือบัตรคนจนจะได้รับการคืนเงินในเดือนถัดไปผ่าน e-Money สำหรับ 1% สุดท้ายจะถูกนำเข้าไปในกองทุนการออมแห่งชาติของผู้ถือบัตรคนจนนั่นเอง
2.เงินพิเศษผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และต้องถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนี้ โดยจะแบ่งตามรายได้ของผู้สูงอายุ ได้แก่ ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 0-30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 100 บาทต่อเดือน และผู้สูงอายุที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,001-100,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 50 บาทต่อเดือน สามารถกดออกมาเป็นเงินสดมาใช้ได้เช่นกัน โดยเงินช่วยเหลือในส่วนนี้ คณะกรรมการผู้สูงอายุมีมติต่อมาตรการช่วยเหลือนี้ไถึงเดือนกันยายน 2563
- วันที่ 18 สิงหาคม 2563
3.ส่วนลดค่าน้ำประปา แต่จะได้เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนไว้กับการประปาในพื้นที่ โดยจะต้องใช้น้ำไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด คือ ไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน เมื่อบิลค่าน้ำประปามาต้องจ่ายเงินสดไปก่อน จากนั้นระบบจะบันทึกข้อมูล และโอนเงินสดกลับมาเข้าบัตร ซึ่งสามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้
4.ส่วนลดค่าไฟฟ้า โดยจะต้องใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด คือ 230 บาท เมื่อสิ้นเดือนบิลค่าไฟฟ้ามาให้จ่ายเงินไปก่อน เมื่อระบบจัดเก็บข้อมูลเรียบร้อยแล้ว พบว่าใช้ไม่เกินเกณฑ์ ก็จะโอนเงินช่วยเหลือกลับมาเข้าบัตรสามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้
โดยทั้ง 2 สิทธิ์นี้ เป็นโครงการที่มีระยะเวลาของโครงการตั้งแต่ตุลาคม 2562-กันยายน 2563 รวมระยะเวลาทั้งหมด 11 เดือน









