"อนุทิน" ลั่นแม้ควบคุมสถานการณ์ได้ แต่กลับไปชีวิตปกติไม่ได้ ต้องอยู่กับโรคด้วยความเข้าใจ ยันยังไม่กำหนดชัดให้เปิดบริการวันไหน รอ ศบค.พิจารณาพรุ่งนี้
ห้างใหญ่ใจกลางย่าน ศก. พร้อมเปิดบริการ ระดม นวัตกรรม สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า เชื่อประชาชนปรับตัวได้รับ New Nolmal หลัง ศบค.เตรียมที่จะประกาศผ่อนปรน มาตรการการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระยะที่ 2 อนุญาติให้ห้างสรรสินค้า ศูนย์การค้า กลับมาเปิดให้บริการ ภายใต้มาตรการที่เคร่งครัด ในส่วนของห้างใหญ่เครือสยามพิวรรธณ์ อาทิ สยามเซ็นเตอร์ สยามพารากอน สยามดิสคัฟเวอรี่ ได้เตรียมพร้อมเพื่อกลับมาให้บริการ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมอธิบดีกรมอนามัย เดินทางมาตรวจความพร้อมห้างสรรพค้าสยามพารากอน เพื่อเตรียมความพร้อมหากห้างสรรพสินค้า
นาง ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม พิวรรธน์ จำกัด บอกว่า ห้างสยามพารากอน มีความพร้อมหากรัฐบาลประกาศให้กลับมาเปิดได้ ก็พร้อมจะเปิดให้บริการทันที พร้อมชูศักยภาพว่า ที่ผ่านมาสยามพิวรรธณ์ได้ใช้มาตรการขั้นสูงสุด ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมกราคม มาตการที่ใช้สามเดือนในการคุดกรองไดลงทุนใช้นวัตกรรมมากมาย ที่จะใช้ฆ่าเชื้อลดการแพร่ระบาด ให้แก่พนักงาน และผู้ใช้บริการ สยามพารากอนมีผู้เช่าร้านกว่า 5,000 ร้าน มีพนักงาน 25,000 คน
ไม่มีการติดเชื้อหรือมีการแพร่เชื้อเกิดขึ้น ไม่มีลูกค้าคนไหนติดเชื้อจากการมาใช้บริการของทั้ง 4 ศูนย์การค้าของเครือสยามพิวรรธ์ณ์ จึงให้ความมั่นใจได้ว่ามาตการความปลอดภัยของห้างมีความเข้นข้น หากกลับมาให้บริการจะไม่มีการแพร่เชื้ออย่างแน่นอน และขอบคุณกระทรวงสาธารณะและบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำให้ประเทศไทยมาถึงวันนี้ ที่การแพร่ระบาดแทบจะไม่เหลือเลย และผู้รักษาหายแล้วเป็นจำนวนมากจึงขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ขอบคุณคนไทยที่อยู่บ้าน ที่จะเเสดงให้เห็นถึงความร่วมมือความเป็นหนึ่งในเอเชีย มั่นใจว่าจะทำอย่างกีที่สุดเพื่อช่วยภาครัฐใหห้คงไว้เพื่อความไม่ประมาท เพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตอย่างสยามงาม
ด้าน นาง นราทิพย์ รัตนประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ระบุว่า ขณะนี้ 4 ศูนย์การค้า มีความพร้อมแล้ว100% โดยเพิ่มความเข้มข้นของมาตการที่ปฏิบัติมาข้น จากมาตรการเดิมทำอยู่แล้ว เพิ่มนวัตกรรมต่างๆ โดยเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาด คือ การเว้นระยะห่าง ลดความแออัด ทีผ่านมามีพฤติกรรมใหม่ๆ ที่เรียนรู้ แล้วจะต้องปฏิบัติไป
เริ่มจากการเข้าห้างสรรพสินค้าทางห้างจะต้องรู้ว่าคนเข้าเป็นใครบ้าง เน้นคัดกรอง เริ่มตั้งแต่พนักงาน ที่จะต้องลงทะเบียนเป็นใคร วัดอุณหภูมิ เช็คสุขภาพ พ่นยาฆ่าเชื้อ ให้พนักงานมีความมั่นใจ ต้องใส่เฟชชิวล์ ใส่ถุงมือ สร้างความมั่นใจทุกฝ่าย
ในช่วงที่ปิดบริการ ทางห้างได้มีการเปิดระแอร์ เพื่อทำความสะอาด ดำเนินการบิ๊กคลีนนิ่งใหญ่ไปแล้ว เตรียมหุ่นยนต์ใช้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ สร้างความมั่นใจในการรักษาความสะอาดขั้นสูงสุด สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการ จะต้องลลทะเบียนลดความแออัดจำนวนลูกค้า ในแต่ละร้านค้าว่าจะรองรับได้เท่าไหร่ ที่หผ่ารมาได้เรียนรู้ชีวิตแบบใหม่ มาแล้ว จึงคาดว่าจะไม่กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม จะต้องเน้นยำในการลงมือเพื่อให้กลับมามีความสุข
สำหรับการเปิดให้บริการในช่วงแรกจะเปิด เปิดที่11.00-น. ปิดบริการ 20.00นเพื่อให้พนักงานได้เตรียมตัวกลับบ้านแต่หากมีการผ่อนปรนเคอร์ฟิว์ก็จะเล่อรนเวลาปิดออกไป
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดชัดเจนว่าห้าง จะกลับมาเปิดได้เมื่อไหร่ เพราะต้องรอการประชุมใหญ่ของ ศบค.ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานใันวันพรุ่งนี้ก่อน (15 พ.ค.) โดยกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย จะมีการรายงานผลการตรวจสอบความพร้อมของผู้ประกอบการ
เมื่อถามว่าจะต้องมีการจำกัดจำนวนประชาชนที่จะให้บริการหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า คงไม่ต้องถึงขั้นนั้น แต่ให้เน้นเรื่องความปลอดภัย เน้นเรื่องการเว้นระยะห่าง มากกว่า ทั้งการเข้าออก การสวมหน้ากาก และการดูแลความสะอาดของร้านค้า ขณะนี้รัฐบาลเข้าใจประชาชนและรัฐบาลไม่ได้มีความสุข ที่ต้องถูกสั่งห้ามหลายอย่าง ซึ่งก็กดดันเหมือนกันแต่ก็ต้องยึดเรื่องความปลอดภัยมาก่อน วันนี้ต้องสร้างความเข้าใจว่าเชื้อโควิด-19 ยังอยู่กับเราอีกนาน ถึงแม้เราจะควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะกลับไปใช้ชีวิตปกติ
แม้จะควบคุมสถานการณ์ได้ แต่เราไม่สามารถกลับไปชีวิตปกติ จะต้องอยุ่ได้ด้วยความเข้าใจ ทุกโรคระบาดไม่สามารถเดินทางได้ได้เอง แต่ไวรัสโควิด-19 เคลื่อนย้ายไปกับคน
นายอนุทิน ยังขอให้ทางห้างสรรพสินค้า ยึดมาตรการฐานที่ทำอยู่อย่างเข้มงวดให้ยึดไว้ เชื่อว่าจะปลอดภัย ตามมาตรฐาน วิธีการของห้างนี้เชื่อทุกคนที่ผ่านเข้ามา จะปลอดภัยและจะเป็นตัวอย่าง ให้กับผู้ประกอบการรายอื่นๆ เป็นประโยชน์ให้กับคนทั้งประเทศ









