โรคอ้วน เป็นภาวะที่มีไขมันสะสมในร่างกายมากกว่าปกติ จนเกิดผลเสียต่อสุขภาพ
โรคอ้วน เป็นภาวะที่มีไขมันสะสมในร่างกายมากกว่าปกติ จนเกิดผลเสียต่อสุขภาพ เมื่อไหร่ถึงเรียกอ้วน ประเมินโดยใช้กราฟแสดงน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง ตามอายุและเพศของเด็ก แล้วอยู่ในเกณฑ์เริ่มอ้วนหรืออ้วน
พญ.ธิภาพร ฟูรังษีโรจน์ กุมารแพทย์ด้านโภชนาการ โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111 กล่าวว่า สาเหตุของโรคอ้วน เกิดจาก1. โรคทางกายหรือกลุ่ม อาการทางพันธุกรรมที่มีภาวะอ้วนร่วมด้วย โดยกลุ่มนี้มักมีส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ เช่น Down’s syndrome, Prader-Willi syndrome และโรคทางต่อมไร้ท่อ เช่น ขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต (growth hormone) หรือขาดไทรอยด์ฮอร์โมน
2.อ้วนธรรมดา เกิดจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม เมื่อพลังงานที่เข้ามากกว่าที่เราใช้ออก ทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกาย“กินมาก” เกินกว่าความต้องการ ”กินไม่เหมาะ” ชอบกินอาหารพลังงานสูง ในขณะที่ กินผักและผลไม้น้อย”ใช้ไม่หมด” เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ไม่ค่อยออกกำลังกาย และใช้เวลาส่วน มากอยู่หน้าจอโทรทัศน์
ผลเสียของโรคอ้วน คือกระดูกและข้อ เมื่อข้อรับน้ำหนักมากนานๆ ทำให้มีขาโก่งในวัยเด็ก และหัวกระดูกสะโพกเลื่อนในวัยรุ่นได้ หัวใจและหลอดเลือด พบ มีความดันโลหิตสูง และมีความเสี่ยงของหลอดเลือดอุดตันที่หัวใจหรือสมองเพิ่มขึ้น ทางเดินหายใจ มีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น เด็กนอนกรนหรือหยุด หายใจขณะหลับ ทำให้เด็กง่วง หลับในห้องเรียน มีผลต่อการเรียนได้ ทางเดินอาหารและโรคตับ พบโรคนิ่วในถุงน้ำดี ภาวะไขมันสะสมที่ตับ นำไปสู่ โรคตับ อักเสบ ตับแข็ง และตับวายได้ ระบบต่อมไร้ท่อ ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ มีภาวะต่อต้านอินซูลินนำไปสู่เบาหวานชนิดที่ 2
โดยในเด็กอ้วนอาจพบผื่น acanthosis nigricans เป็นสีน้ำตาลดำนูนหนาที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ ซึ่งพบร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ ทางด้านจิตใจ และสังคม พบว่าเด็กอ้วนขาดความภูมิใจในตนเอง วิตกกังวล และมีภาวะซึมเศร้าได้ และเมื่อติดตามเด็กโรคอ้วน พบว่า 69% ของเด็กอายุ 6-9ปี และถึง 83% ของวัยรุ่นอายุ 10-14 ปี กลายเป็นโรคอ้วนในผู้ใหญ่
แนวทางการรักษาเด็กที่เป็นโรคอ้วน เมื่อเด็กอ้วน ควรมาพบแพทย์ เพื่อประเมินความรุนแรง ภาวะแทรกซ้อน และพิจารณาเจาะเลือดเพิ่มเติมเมื่อมีข้อบ่งชี้ เป้าหมาย เพื่อควบคุมน้ำหนักตัวให้คงเดิมหรือลดลงโดยมีส่วนสูงเพิ่มขึ้นตามปกติ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยขึ้นกับอายุของเด็กและความรุนแรงโรค อ้วน เริ่มจาก 1.ปรับพฤติกรรมการกิน โดยกินอาหารครบ 5 หมู่ ในปริมาณพอดี ลดอาหารพลังงานสูง เช่น ขนมขบเคี้ยว น้ำหวาน เลี่ยงเนื้อสัตว์ที่ไขมันสูง ปรับเปลี่ยนการทำอาหาร จากทอด ผัด เจียว เป็น ต้ม นึ่ง ย่าง แทน เพิ่มการกินผักและผลไม้ และในเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไปให้กินนมพร่องมันเนยหรือนมขาดมัน เนยแทน
2.ปรับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ โดยเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน เช่น เดินแทนนั่งรถ ทำงานบ้านเอง ออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น ลดเวลา หน้าจอโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ ให้น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน จากการศึกษาพบว่า เด็กที่ใช้เวลาหน้าจอโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์ มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน เป็นโรคอ้วนมากกว่ากลุ่มที่อยู่หน้าจอน้อยกว่า 2 ชั่วโมง ทั้งจากพฤติกรรมกินไปดูโทรทัศน์ไป และจากการซื้ออาหารและขนมตามโฆษณาเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้การรักษาโรคอ้วนในเด็กนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือของครอบครัวเป็นหลัก โดยดูแลเด็กไปในทิศทางเดียวกัน เป็นแบบอย่างที่ดีในการเลือกกินอาหาร ชมเชยให้กำลังใจเด็กเมื่อมีพฤติกรรมที่เหมาะสม รวมถึงการจัดสิ่งแวดล้อมในบ้าน เช่น ไม่เก็บขนมในบ้านให้เด็กหยิบกินได้ง่าย






