วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สิงห์'ยืนหนังสือสธ. แจงดาราโพสต์เบียร์

ผู้บริหาร "บุญรอดบิวเวอรี่" ยื่นหนังสือถึงสธ. ชี้แจงกรณีดาราลงภาพเครื่องดื่ม หากผิดพร้อมยอมรับแทน ด้านนพ.สมาน ชี้โทษอาญารับแทนไม่ได้

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบิวเวอรี่ จำกัด พร้อมทีมทนายความเดินทางมายื่นหนังสือเรื่องชี้แจงกรณีการลงภาพเครื่องดื่มหนึ่งของบริษัทถึงนพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีนิติกรของสำนักงานฯ รับหนังสือแทน เนื่องจากนพ.สมาน ติดภารกิจนอกสถานที่

นายฉัตรชัย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการยื่นหนังสือ ว่า สำนักงานฯ ได้ส่งหนังสือเชิญกลุ่มศิลปิน ดารา ผู้มีชื่อเสียงทางสังคมที่มีการโพสต์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทคอคเทล ของบริษัทบุญรอดฯเข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากงานเปิดตัวเครื่องดื่มชนิดนี้เมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากการจัดงานปรากฏรูปที่มีการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ค อินตราแกรมบางส่วนเป็นเพราะกลุ่มศิลปินช่วยลงให้เพื่อแสดงความขอบคุณ ซึ่งทางบริษัทได้เห็นภาพเหล่านั้นแล้ว และคิดว่าไม่ผิดกฎหมาย ยังอยู่ในกรอบของกฎหมายเพราะไม่มีการโฆษณา ไม่มีการเชิญชวนให้ดื่ม เพียงแต่เห็นสัญลักษณ์ของเครื่องดื่ม ในความคิดจึงเห็นว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม หากเจ้าพนักงานเห็นว่าผิด ทางบริษัทก็ยินดีรับผิดชอบแทนดาราเหล่านี้และขอร้องสำนักงานฯ ว่าไม่มีความจำเป็นต้องเรียกดาราเข้ามาให้ข้อมูลอีก

“อยากให้ตัดเรื่องการจ้างหรือไม่จ้างออกไป เพราะถ้าผิดตามกฎหมาย เห็นภาพสัญลักษณ์ บรรยายสรรพคุณของเครื่องดื่มและเชื้อเชิญให้ดื่มมันก็ผิดจะรับเงินหรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็น แต่ดาราที่ไปงานให้กับบริษัทของเรานั้นได้รับค่าจ้าง แต่การโพสต์ต่างๆ นั้นดาราทำให้ด้วยใจ บางรูปเป็นรูปที่เกิดขึ้นภายในงานซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการถือสินค้าอยู่แล้ว ดังนั้นบริษัทรู้ เรารับทราบ และเขาทำเพื่อเรา ถ้ารูปเหล่านั้นผิดจริงท่านบอกเรามา คุยกันถ้าผิดเรายอมรับผิด เรามาเพื่อปกป้องดาราและเราไม่ปล่อยให้เขาเดือดร้อน เราไม่สามารถปล่อยให้ดารามารับเคราะห์กรรมด้วยตัวเองดังนั้นไม่ต้องเรียกดาราหรอก” นายฉัตรชัย กล่าว

เมื่อถามว่ากรณีนี้ถือเป็นความผิดส่วนบุคคลด้วยหรือไม่เนื่องจากมีการโพสต์ผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว นายฉัตรชัย กล่าวว่า ถ้าเห็นว่าเป็นความผิดส่วนบุคคลด้วย และยังต้องเรียกดารามาให้ข้อมูลทางบริษัทก็ยินดีส่งทนายความ และเจ้าหน้าที่ของบริษัทมาร่วมให้ข้อมูลพร้อมดาราด้วย ส่วนถ้าเป็นโทษปรับทางบริษัทก็ยินดีชดใช้ให้ แต่ต้องดูก่อนว่าเจ้าพนักงานมีการเรียกใครเข้ามาบ้าง ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนที่มีรายชื่อร่วมในกิจกรรมของทางบริษัทเท่านั้น แต่ถ้าดาราที่โพสต์ให้กับบริษัท และบริษัทรับทราบมาก่อนหน้านี้แล้วก็ยินดีรับผิดชอบให้ดูตามเหตุผล ไม่ปล่อยให้ดารารับผิดชอบเอง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาคิดทำตามกฎหมายมาตลอด แต่เนื่องจากมีการตีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะคำว่าโฆษณาทางอ้อม ซึ่งในมุมมองของสำนักงาฯ คือการห้ามทุกอย่าง แต่ผู้ประกอบการมองว่าเป็นเพียงการควบคุม ดังนั้นต้องมีการคุยกันให้ชัดเจนว่าขอบเขตแค่ไหน โดยเอากฤษฎีกา ทนายความของรัฐที่มีความเป็นกลางมาระบุว่าว่าตีความอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีลานเบียร์ มีการดำเนินกิจกรรมที่อาจเข้าข่ายผิดฐานโฆษณา นายฉัตรชัย กล่าวว่า ลานเบียร์ไม่ผิดแน่นอน เพราะได้ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย หากมองว่าผิดในส่วนของร้านค้า ร้านอาหารก็ต้องผิดหมด ส่วนกิจกรรมในลานเบียร์ก็เช่นเดียวกัน ทุกวันนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ไม่มีการลด แลก แจก แถม กรณีเด็กเชียร์เบียร์มีโลโก้เครื่องดื่มก็ไม่ถือว่าผิด เพราะไม่มีคำเชิญชวน หรืออ้างสรรพคุณ แค่แสดงสัญลักษณ์ให้ทราบว่าเป็นพนักงานของบริษัทเท่านั้น แต่กฎหมายต้องการให้ไล่พนักงานพวกนี้ออกอย่างนั้นหรือไม่ เฉพาะบริษัทตนมีพนักงานเหล่านี้ประมาณ 3-4 พันคน ส่วนดนตรีที่เล่น ก็เหมือนกับการเล่นในผับ ซึ่งไม่คิดว่าจะมีผลให้คนอยากดื่มเบียร์เพิ่มขึ้นเพราะฟังเพลงที่สำคัญหลังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบนี้แล้วมีเจ้าหน้าที่คนไหนลงไปดูหรือไม่ ดังนั้นคิดว่าเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้ใช้กฎหมายทั้งสิ้น

ด้านนพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าว่า กรณีที่บริษัท บุญรอดบิวเวอรี่ จำกัด ออกมารับผิดแทนดารา และขอร้องไม่ให้เชิญดาราเข้ามาให้ข้อมูลแล้วนั้น ตนตัดสินใจเองคนเดียวไม่ได้ จะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณา อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ถือเป็นความผิดอาญา จึงไม่สามารถรับผิดแทนกันได้ โดยเฉพาะทางบริษัทดังกล่าวระบุว่ามีการว่าจ้างไปร่วมอีเว้นของบริษัทเองตรงนี้ก็คือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกัน แม้จะเป็นการโพสต์เพื่อขอบคุณโดยไม่ได้ว่าจ้างแต่ผลประโยชน์ก็ตกกับบริษัท ตรงนี้ถือว่าครบองค์ประกอบความผิดพอๆ กับบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริษัทแรกเช่นเดียวกัน