แพทย์ค้าน "ร่าง พรบ.เซลล์ทางการแพทย์" ฉบับสบส. ระบุนิยามสับสน–ลิดรอนสิทธิแพทย์ ขู่แพทย์ลุกฮือต้าน จี้รอร่างใหม่ฉบับแพทยสภา
ผศ.นพ.ถนอม บรรณประเสริฐ หัวหน้าหน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ภาควิชา โสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ได้ยกร่างพรบ.เซลล์ทางการแพทย์ พ.ศ...และนำเสนอต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ครม.)อย่างเป็นทางการไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้รับการยอมรับ และ มีการทักท้วงและคัดค้านจากหลายฝ่าย อาทิ แพทยสภา และกรมการแพทย์ เป็นต้น โดยมติ คณะกรรมการแพทยสภาขอให้ชะลอร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ออกไป เนื่องจากขัดหลักสากล ซึ่งความเป็นจริงจะต้องคำนึงถึงมติคณะกรรมการแพทยสภาที่เป็นหน่วยงานควบคุมวิชาชีพเวชกรรมที่สำคัญที่สุด เพราะร่าง พ.ร.บ. เซลล์ทางการแพทย์ พ.ศ...คือกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์อย่างชัดเจน
“การออกกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยกำหนดโทษรุนแรงกับแพทย์ เช่น จำคุกและปรับหนัก จะส่งผล ให้แพทย์ที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมถึงขั้นหมดอนาคต นอกจากนี้ การบัญญัติกฎหมายนี้ให้ มีอำนาจเหนือกฎหมายแพทยสภาจึงเป็นเรื่องร้ายแรง มีความเสี่ยงที่อาจทำให้แพทย์ทั่วประเทศลุกฮือขึ้นต่อต้านและสร้างความแตกแยกไปทั่วประเทศ”ผศ.นพ.ถนอมกล่าว
ผศ.นพ.ถนอม กล่าวอีกว่า สาระสำคัญ ของร่างพรบ.ฉบับนี้ยังคงมีข้อผิดพลาดในส่วนที่สำคัญที่สุด คือ นิยามกฎหมายผิดพลาดสับสนในเรื่องการแบ่งประเภทการใช้เซลล์ ในทางการแพทย์ ซึ่งผิดหลักการสากลโดยสิ้นเชิง เพราะไปนำหลักการมาจากงานวิจัย เซลล์แบบพื้นฐานมาใช้แบ่งกลุ่มการใช้เซลล์รักษาโรคในผู้ป่วย ซึ่งถือเป็นคนละเรื่องกันและ เป็นวิธีคิดที่ต่างกัน ร่าง พรบ. เซลล์ทางการแพทย์นี้ แบ่งกลุ่มการใช้เซลล์ในการรักษาโรค ตามแหล่งที่มาของเซลล์ เช่น เซลล์มนุษย์ เซลล์สัตว์ เซลล์พืช หรือ สเต็มเซลล์ตัวอ่อน มนุษย์ ซึ่งการแบ่งลักษณะนี้ไม่มีประโยชน์เพราะไม่สามารถใช้ในควบคุมการรักษาโรคทางการแพทย์ด้วยเซลล์ได้จึงไม่มีประเทศใดนำระบบนี้ มาใช้ในระบบควบคุมสุขภาพ แม้แต่ประเทศเดียว แม้ว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการแก้ปัญหาการใช้เซลล์รักษาโรคในประเทศไทยก็ตาม แต่กฎหมายมีข้อผิดพลาดร้ายแรงในเชิงหลักการควบคุม หากมีผลบังคับ ใช้จะทำให้เกิดผลเสียหายต่อประเทศอย่างใหญ่หลวงมากกว่าการใช้สเต็มเซลล์แบบผิดๆ ใน ประเทศอย่างมาก
“การให้นิยามศัพท์กฎหมายผิดพลาด ทำให้ ร่าง พรบ. เซลล์ทางการแพทย์ มองไม่เห็นหมวดหมู่ควบคุมการใช้เซลล์ในการรักษาผู้ป่วยตามระบบสากล หมวดควบคุมในบัญญัติกฎหมายนี้จึงไม่สามารถนำนิยามศัพท์มาใช้ประโยชน์แบ่งหมวดหมู่ และระดับการควบคุมได้อย่างเป็นระบบสากล จึงใช้วิธีแบบง่ายๆ สำหรับงานควบคุมทั่วไป มาควบคุมแทนระบบควบคุมเซลล์สากลที่สลับซับซ้อน คือ บังคับให้ขึ้นทะเบียนหมดทุกประเภท ทั้งแพทย์ สถานพยาบาล ผลิตภัณฑ์เซลล์และใช้วิธีง่ายๆ ในการควบคุม คือ ออกประกาศกฎหมายบังคับ ห้ามทำหรืออนุญาตให้ทำตามความเห็นของคณะกรรมการเซลล์ทางการแพทย์เป็นผู้กำหนด ถือเป็นการลิดรอนสิทธิในการรักษาโรคของแพทย์ทั่วประเทศในอนาคต”ผศ.นพ.ถนอมกล่าว
ผศ.นพ.ถนอม กล่าวอีกว่า สิ่งที่ถูกต้องที่ควรทำ คือ ยกร่างกฎหมายควบคุมการใช้เซลล์รักษาโรคขึ้นใหม่ให้สอดคล้องหลักการสากล ไม่ใช่เร่งผลักดันกฎหมายที่ผิดหลักการสากลไป บังคับใช้จนเกิดผลเสียหายต่อประเทศอย่างร้ายแรง จึงมีคำถามว่า การเร่งผลักดัน ร่างพรบ.นี้ให้เร็วขึ้นเพียงไม่กี่เดือนจะมีประโยชน์อะไรเมื่อเปรียบเทียบกับความ เสียหายที่จะเกิดขึ้น แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ท ไมไม่รอให้ร่างพรบ. เซลล์บำบัด ที่แพทยสภาเป็นเจ้าภาพดำเนินการจัดทำอยู่คาดว่าอีกเพียง 2-3 เดือน ร่างพรบ.เซลล์บำบัดก็จะแล้วเสร็จ จึงจะนำมาประชาพิจารณ์เปรียบเทียบกันแล้วเลือกนำเสนอกฎหมายฉบับที่ดีที่สุดให้กับประเทศไทย









