ผอ.ศูนย์โลหิตฯ เผยวันนี้มีผู้สนใจบริจาคเลือดเป็นจำนวนมาก แจงเลือดสำรองมีเพียงพอ ชี้บริจาคเป็นประจำย่อมมดีกว่ารอเกิดสถานการณ์
เมื่อเวลา 11.30น. ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มีประชาชนเข้ามาบริจาคโลหิตเป็นจำนวนมากมายืนต่อแถวรอลงทะเบียนสืบเนื่องจากเหตุการณ์ลอบวางที่แยกราชประสงค์เมื่อคืนที่ผ่านมา จนทำให้ประชาชนเป็นจำนวนมากมีความสนใจเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บางส่วนต้องยืนรอเพื่อลงทะเบียนและรับการบริการเป็นเวลานานกว่าปกติ
ด้าน พญ.สร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เผยว่าในวันนี้มีผู้เข้าร่วมบริจาคโลหิตเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นเรื่องปกติในช่วงเวลาที่มีกระแสเกี่ยวกับเหตุการณ์รุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิตขึ้นมา โดยมีสื่อที่ช่วยกันเผยแพร่ทำให้มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก และในวันนี้คาดว่าจะได้รับเลือดมากประมาณ 2,000 คน ซึ่งมากกว่าที่ปกติตามที่ศูนย์ฯได้รับบริจาค 600 - 800 คนต่อวัน ทั้งนี้ ในส่วนของข่าวเรื่องขาดเลือดสำรองที่ผ่านมาเมื่อคืน ยืนยันเป็นข่าวปล่อยซึ่งไม่ทราบที่มา อีกทั้งในขณะที่ได้ทราบเหตุการณ์ดังกล่าว ตนไม่ได้มีความกังวลในเรื่องของเลือดสำรองเลย เพราะในช่วงเดือน ส.ค. ได้มีการรณรงค์บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันฉลิมพระชนมพรรษาฯ 12 ส.ค. โดยได้รับความร่วมมือจากประชาชนและหน่วยงานอื่นๆอย่างมากมาย จึงทำให้มีเลือดสำรองเยอะ ดังนั้นข่าวที่ปล่อยออกมาจึงเป็นเพียงข่าวลือ
พญ.สร้องสอางค์ ได้กล่าวถึงประชาชนที่สนใจจะมาบริจาคโลหิตในวันนี้ ว่าเมื่อคืนจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอ และมีร่างกายที่สมบูรณ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องฝืนบริจาคในวันนี้เท่านั้น ซึ่งตนอยากให้คนที่มาบริจาคมีความรู้สึกที่ดี ไม่ใช่มาแล้วเป็นลม ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้บริจาคเป็นไม่กล้ามาอีก อย่างไรก็ดีการให้บริการของศูนย์ฯในวันนี้ได้มีการเสริมเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่ลงไป โดยพยายามอำนวยความสะดวกให้ดีที่สุด ซึ่งบางครั้งอาจจะทำให้ประชาชนบางส่วนรอนานและไม่ได้รับความสะดวกเล็กน้อย จึงอยากขอให้คิดถึงสิ่งดีที่เรากำลังจะทำโดยปกติวันอื่นๆจะไม่ใช้เวลานาน โดยเฉลี่ยเพียง 30 นาทีก็เสร็จ จึงขอเรียนว่ามาวันอื่นก็ได้และขอบคุณที่ประชาชนให้ความสนใจ
“ในการบริจาคเลือดนั้นจะต้องมีกระบวนการตรวจสอบซึ่งใช้เวลา 6-8 ชั่วโมงก่อนที่จะนำส่งต่อให้โรงพยาบาลต่างๆ ด้วยเวลาที่ใช้ในการตรวจนาน บางครั้งก็ทำให้ผู้ป่วยรอไม่ได้ ดังนั้นโลหิตสำรองจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้ามีให้โรงพยาบบาลเบิกไม่พอ ก็จะทำให้เกิดผลกระทบทางอ้อมในการรักษาผู้ป่วยที่ต้องการเลือด เช่นเลื่อนการรักษาผู้ป่วยออกไป เพราะไม่มีวิธีอื่นใดนอกจากต้องให้เลือดเท่าน้นแต่ผู้บริจาคก็มักจะมาเป็นครั้งเป็นคราว ดังนั้นทางศูนย์ฯจึงได้พยายามรณรงค์ต่างๆทั้งวันสำคัญทางศาสนา และโอกาสเทศกาลต่างๆจึงอยากให้ประชาชนเข้าใจว่าเลือดมีความจำเป็นต้องใช้ทุกวัน ดังนั้นการบริจาคเป็นประจำย่อมดีกว่า การบริจาคเป็นครั้งเป็นคราวตามสถานการณ์ไป จึงอยากให้ค่อยๆทยอยกันมาเรื่อยๆ วันอื่นก็ได้ไม่จำเป็นต้อองวันนี้เสมอไป” พญ.สร้อยสอางค์กล่าว









