จี้"คลัง-เกษตร"ส่งความเห็นร่างก.ม.บุหรี่ 700 องค์กรหนุนคลอด พ.ร.บ.ใหม่ บอกยิ่งช้าประเทศยิ่งเสียประโยชน์
ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวเมื่อวานนี้ (4 ก.พ.) ภายหลังเปิดโอกาสให้ผู้แทนสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ซึ่งมีสมาชิกและเครือข่ายองค์กรต่างๆ รวม 700 องค์กรเข้าพบ เพื่อติดตามความคืบหน้าการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ว่า การหารือร่วมกันครั้งนี้เป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมาย โดยสมาพันธ์ฯมาแสดงเจตจำนงสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ในการหยุดยั้งเยาวชนและผู้หญิงไม่ให้กลายเป็นนักสูบหน้าใหม่ อันจะส่งผลระยะยาวทำให้สุขภาพอนามัยของคนไทยดีขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค.ได้เชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาหารือเกี่ยวกับร่างกฎหมาย พบว่ามีความเข้าใจเป็นอย่างดี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากได้รับความคิดเห็นจากกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องครบถ้วนก็จะเดินหน้าเสนอ ครม.ทันที
"ขณะนี้กระทรวงต่างๆ ได้ส่งความเห็นมาแล้ว เหลือเพียงกระทรวงการคลัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ยังไม่ส่ง โดยส่วนใหญ่สนับสนุนร่างกฎหมาย คาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะได้ความเห็นครบทุกกระทรวง และเสนอเข้าครม.ได้ สำหรับขั้นตอนกว่าจะออกเป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้น่าจะใช้เวลาราว 4-6 เดือน" รมว.สธ.ระบุ
ศ.นพ.รัชตะ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีประเด็นโต้แย้งเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่จากหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องความไม่สอดคล้องและมีเนื้อหาเกินกว่าบทบัญญัติในกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงประเด็นเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบได้รับผลกระทบ ซึ่งก็ได้มีการพยายามชี้แจงทำความเข้าใจให้ข้อมูลว่าไม่เป็นความจริง ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้มีข้อกำหนดเกินบทบัญญัติ แต่เป็นการทำตามข้อกำหนดพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ
ที่สำคัญไม่ได้สร้างผลกระทบต่ออาชีพของเกษตรกร แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นผู้ที่ยังมีความคิดเห็นแย้งต่อร่างกฎหมาย สามารถไปเสนอความคิดเห็นได้อีกในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ กล่าวว่า สมาพันธ์ฯเฝ้ารอว่าเมื่อไรกฎหมายบุหรี่จะเข้า ครม.และ สนช. เนื่องจากเป็นห่วงว่ายิ่งกฎหมายคลอดช้า ยิ่งทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ เพราะอัตราการสูบบุหรี่ของชายไทยสูงถึง 40% เด็กไทยติดบุหรี่แล้วเกือบ 2 ล้านคน และจะมีเด็กอีกเป็นจำนวนมากทยอยเข้าสู่การเป็นลูกค้าของบริษัทบุหรี่ จากการที่กฎหมายในปัจจุบันมีช่องโหว่และใช้มากว่า 20 ปีแล้ว
ร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ถือเป็นการพยายามอุดช่องโหว่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการห้ามโฆษณาส่งเสริมการขายอย่างเบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ จะเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดภาระที่สังคมไทยต้องแบกรับจากการสูบบุหรี่ ซึ่งปัจจุบันไทยรัฐบาลและคนไทยต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคจากการสูบบุหรี่ถึงปีละกว่า 50,000 ล้านบาท
อนึ่ง ร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ มีสาระสำคัญที่มีการปรับปรุง เช่น ห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ห้ามขายบุหรี่ซิกาแรตที่บรรจุซองน้อยกว่าซองละ 20 มวน ห้ามแบ่งขายบุหรี่ซิกาแรตเป็นมวนๆ ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ห้ามแสดงผลิตภัณฑ์ยาสูบ ณ จุดขายปลีกยาสูบ และต้องแสดงสื่อรณรงค์พิษภัยยาสูบ นอกจากนี้ ยังห้ามการสื่อสารการตลาดในสื่อต่างๆ รวมถึงการใช้สื่อบุคคลและการโฆษณาโดยใช้ชื่อบริษัทบุหรี่ เป็นต้น









