สสจ.เพชรบุรี รณรงค์ให้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี ทำโครงการรณรงค์การให้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 5 รอบ 60 พรรษา
ที่วิทยาลัยอาชีวะศึกษาเพชรบุรี อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ด๊อกเตอร์ไกร บุญบันดาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์การให้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้จัดให้มีขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 5 รอบ 60 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558
โรคคอตีบเป็นโรคหนึ่งที่เป็นเป้าหมายสำคัญ เนื่องจากเริ่มมีสัญญาณการกลับมาระบาดอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2552 โดย พบผู้ป่วยจำนวนมากใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็ก สาเหตุจากการไม่ได้รับวัคซีนครบถ้วนตามเกณฑ์ จากปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ต่อมาในปี 2555 ได้เกิดการระบาดของโรคคอตีบเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่าง และมีแนวโน้มขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งจากการทบทวนผลการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันจากการกลับมาระบาดครั้งนี้ หลายการศึกษาให้ผลตรงกันว่า ระดับภูมิคุ้มกันต่อโรคคอตีบในประชากรไทยกลุ่มอายุต่างๆ มีแนวโน้มลดลงในกลุ่มอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 20 – 50 ปี
สำหรับการรณรงค์ครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายคือ ประชาชนอายุ 20 – 50 ปี ได้รับวัคซีนคอตีบ- บาดทะยัก ซึ่งเป็นวัคซีนรวม ในระดับความครอบคลุมที่สูงเพียงพอที่จะป้องกันโรคได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งระยะเวลาการรณรงค์เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2558 การรณรงค์ครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และคณะสื่อมวลชนในทุกแขนง ในจังหวัดเพชรบุรี จำนวนทั้งสิ้น 400 คน
นายแพทย์ประจักษ์ วัฒนะกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจาก กระทรวงสาธารณสุขได้วิเคราะห์โรคที่ป้องกันด้วยวัคซีนในประเทศไทย พบว่า ช่วง 10 ปีมานี้ เริ่มพบผู้ป่วยในโรคคอตีบในช่วงภาคใต้ของประเทศไทย เนื่องมาจากการขาดวัคซีน โดยสถานการณ์ไม่สงบ และในปี 2555 พบว่า ในภาคเหนือตอนล่าง และภาคอีสาน พบผู้ใหญ่ป่วยเป็นโรคคอตีบ และเสียชีวิต เนื่องจากการติดเชื้อจากผู้ใช้แรงงานที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
โดยจากการสำรวจ พบว่า มีผู้ใหญ่อยู่ช่วงหนึ่งที่ไม่ได้รับวัคซีน เพราะรัฐบาลได้ให้วัคซีนมาไม่พอ 20 ปีนี้ คนที่อายุก่อนหน้านี้ก็จะไม่ได้รับวัคซีน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดให้มีการฉัดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค ในส่วนของจังหวัดเพชรบุรี มีเป้าหมายประมาณ 100,000 คน ที่ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน
สำหรับผู้ที่ยกเว้นไม่ต้องฉีด คือ ผู้ที่ตั้งท้อง เพราะว่าขณะตั้งท้องจะได้รับการฉีดยาป้องกันอยู่แล้ว แต่หากผู้ที่จะมาฉีดวัคซีนดังกล่าว ป่วย หรือไม่สบายก็ไม่สามารถฉีดได้ ต้องรักษาตัวให้หายก่อน สำหรับการฉีดวัคซีนนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เป็นบริการของกระทรวงสาธารณสุขที่จัดให้แก่ประชาชน
โรคคอตีบ เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ โดยเชื้อคอตีบจะอาศัยอยู่ในโพรงจมูก ในลำคอ และทำให้เกิดการอักเสบ มีแผ่นเยื่อเกิดขึ้นในลำคอ ในรายที่รุนแรงจะมีการตีบตันของทางเดินหายใจ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ โรคนี้สามารถติดต่อกันได้ง่าย และระบาดได้อย่างรวดเร็ว โดยการได้รับเชื้อโดยตรงจากการไอ จามใส่กัน หรือพูดคุยกันในระยะใกล้ชิด






