วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบแก๊งนักซิ่งตระเวนชิงทรัพย์

"นครบาล" แถลงจับกุม "แก๊งนักซิ่ง" เครือข่ายแก๊งตรอกเภและกิ่งเพชร ตระเวนชิงทรัพย์กระชากสร้อยทองคำ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ม.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.๖ พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.ภูเมศ อั๊งสุวรรณกูล สว.สส.สน.ปทุมวัน แถลงผลการจับกุมเครือข่ายแก๊งจยย.ปล้นทรัพย์ ในเครือข่ายแก๊งตรอกเภและแก๊งกิ่งเพชร ผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายกฤตนัย หรือหมี ศิลาวัชรพล อายุ 29 ปี นายบารมี หรือบาร์ บุญอนันต์ อายุ 21 ปี และนายทวีศักดิ์ หรือต้น วันยุมา อายุ 24 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีแดง-ดำ เลขทะเบียน 1 กฎ-1678 กทม. จำนวน 1คัน สร้อยคอทองคำหนัก 1บาท จำนวน 1 เส้น โดยจับกุมนายกฤตนัย ได้ที่ตรอกเภตรา ถนนบรรทัดทอง แขวงราชเทวี เขตราชเทวี กทม.จับกุมนายบารมีได้ที่ซอยเพชรบุรี 10 เขตราชเทวี กทม.และจับกุมนายทวีศักดิ์ ได้ในเขตพื้นที่สน.ปทุมวัน แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน

พ.ต.ท.ภูเมศ กล่าวว่า คดีที่ 1 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ก.ค.57 พื้นที่ สน.ปทุมวัน นายกฤตนัย ได้ร่วมกับนายทวีศักดิ์ นายสุรพล หรือ เบนซ์ เปิ้นสันเทียะ ซึ่งถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ และนายจ่า ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ทำการวิ่งราวทรัพย์ ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำ หนักประมาณ 1บาท จำนวน1 เส้น โดยใช้รถจยย. เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ จำนวน 2คัน โดยมีนายสุรพล เป็นผู้ขับขี่ และนายกฤตนัย เป็นคนซ้อนท้ายและลงมือกระชากสร้อย ส่วนนายทวีศักดิ์ และนายจ่าขับขี่รถจยย.อีกคันหนึ่ง ทำหน้าที่คอยคุ้มกันและดูต้นทาง เหตุเกิด ปากซอยจุฬา 12 ตัดถนนพญาไท ถนนพญาไท แขวงปทุมวันกทม.

พ.ต.ท.ภูเมศ กล่าวต่อว่า คดีที่2 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 พ.ย.57 พื้นที่ สน.ปทุมวัน นายบารมี ได้ร่วมกับนายตี๋ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง นายนัท ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง นายตั้ม ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง และนายปุ๊ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ทำการวิ่งราวทรัพย์ ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำ หนักประมาณ 2บาท จำนวน 1เส้น โดยใช้รถจักรยานยนต์ เป็นพาหนะ จำนวน 3 คัน โดยนายตี๋เป็นผู้ขับขี่จยย.นายนัทเป็นผู้นั่งซ้อนท้ายและลงมือกระชากสร้อย ส่วนนายบารมีและนายตั้มขับรถจยย. อีกคันหนึ่ง และนายปุ๊ ขับรถจยย.อีกคันหนึ่ง ทำหน้าที่คอยคุ้มกันและดูต้นทาง เหตุเกิด หน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาหัวลำโพง

พ.ต.ท.ภูเมศ ยังกล่าวอีกว่า คดีที่3 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ม.ค.พื้นที่ สน.ชนะสงคราม นายกฤตนัย ได้ร่วมกับนายทวีศักดิ์ นายนรากร หรือมาร์ค หรัญรัตน์ และนายพรเทพ หรือเพชร พุ่มพวง ทำการวิ่งราวทรัพย์ ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำ หนักประมาณ 1บาท จำนวน 1เส้น โดยใช้รถจักรยานยนต์ เป็นพาหนะ จำนวน 2 คัน โดยนายนรากรเป็นผู้ขับขี่ ส่วน นายกฤตนัย เป็นผู้นั่งซ้อนท้ายและลงมือกระชากสร้อย นายทวีศักดิ์ และนายพรเทพ ขับขี่รถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่ง ทำหน้าที่คอยคุ้มกันและดูต้นทางเหตุเกิดหน้าธนาคารทหารไทย สาขาบางลำพู ถนนสิบสามห้าง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพว่าภายหลังก่อเหตุจะนำสร้อยคอไปขายที่ร้านทองฝั่งธนบุรี สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลืออีก 7 ราย คือนายพรเทพ นายนรากร นายจ่า นายตั้ม นายตี๋ นายปุ๊และนายนัท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้นายกฤตนัยเคยมีประวัติต้องโทษคดีวิ่งราวทรัพย์ ท้องที่ สน.พญาไท เมื่อวันที่ 3 ก.ค.49 ส่วนนายทวีศักดิ์เคยต้องโทษคดีจำหน่ายยาเสพติด ท้องที่ สน.พญาไท เมื่อวันที่ 8 ต.ค.53

ด้านน.ส.พิมพ์นิภา ถิรภิญญาพัชร์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ในขณะที่กำลังเดินอยู่ ในวันเกิดเหตุ (24 ม.ค.) ตนเองได้ออกไปทานข้าว และระหว่างทางเดินกลับไปขึ้นรถ บริเวณหน้าธนาคารทหารไทย สาขาบางลำพู ถนนสิบสามห้าง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร ก็มีกลุ่มคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ 2 คันตรงเข้ามาหาจากทางด้านหลังและกระตุกสร้อยพระเส้นที่สวมอยู่ไปและหลบหนีไปทันที เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมคนร้ายและนำของกลางกลับคืนมาได้นั้น ปรากฏว่าพระที่ห้อยอยู่กับสร้อยหายไป เมื่อสอบถาม ผู้ต้องหาได้ให้การว่า เนื่องจากตะขอหลวม ทำให้พระหล่นหายไประหว่างทาง ได้คืนมาเพียงสร้อยทองเท่านั้น

ทางด้าน พล.ต.ต.ชยพล กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมานี้ เกิดเหตุวิ่งราวหรือปล้นจี้อยู่บ่อยครั้ง ทางตำรวจได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงวางมาตรการป้องกันปราบปรามคนร้ายก่อเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์สินของประชาชน โดยการใช้หลักการสามเหลี่ยมอาชญากรรม แบ่งออกเป็นสามส่วนที่ต้องดูแล คือ ด้านคนร้าย ต้องมีการวิเคราะห์สถานภาพของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อให้ทราบเวลา สถานที่ที่เกิดเหตุ รวมถึงต้องคอยตรวจดู และยึดรถต้องสงสัย เช่น รถที่ไม่มีทะเบียน หรือมีสภาพไม่ปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตั้งจุดตรวจในจุดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดเหตุร้ายขึ้น และหากว่าได้เกิดเหตุร้ายใดๆ ขึ้นแล้ว ต้องรีบดำเนินการรวบรวมหลักฐาน เพื่อจับกุมคนร้ายให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันโอกาสที่จะเกิดเหตุร้ายในครั้งต่อๆ ไป และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ด้านการตัดโอกาสคนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการจัดชุดสายตรวจในแต่ละพื้นที่ คอยตรวจดูสภาพแวดล้อม ลดจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้ประโยชน์แก่คนร้าย และคอยตรวจเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่เสมอ ด้านเหยื่อ มีการประชาสัมพันธ์ให้คอยเฝ้าระวังในทรัพย์สินของตน ให้เก็บอยู่กับตัวอย่างมิดชิด และคอยเฝ้าระวังคนน่าสงสัยที่อาจเข้ามาใกล้เพื่อก่อเหตุปล้น หรือวิ่งราวอยู่เสมอ ทั้งนี้เมื่อป้องกันได้ทั้งสามด้าน โอกาสเกิดเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์สินต่างๆ ก็จะมีอัตราที่ลดน้อยลง ความปลอดภัยของประชาชนก็จะมากขึ้นด้วยเช่นกัน