วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คึกคัก!เกษตรกรแห่ขายยางตลาดกลางบุรีรัมย์

คึกคัก! เกษตรกร แห่นำยางพารามาขายที่ตลาดกลางบุรีรัมย์วันละ100 - 300 ตัน หลังรับซื้อราคาสูงกว่าท้องตลาด

วันนี้ (12 ม.ค.58) เกษตรกรผู้ปลูกยางพารารายย่อย และกลุ่มเกษตรกรรวมถึงสหกรณ์กองทุนสวนยาง จากหลายจังหวัดทั้งในเขตพื้นที่ภาคอีสาน เช่น อุบลราชธานี ศรีสะเกษ รวมทั้งจาก ภาคเหนือ จังหวัดพะเยา และภาคตะวันออก จากตราดและระยอง นำรถบรรทุกยางพาราแผ่นดิบ และยางแผ่นรมควันมาขายที่ตลาดกลางยางพาราจังหวัดบุรีรัมย์ ตาม“โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง 700 แห่ง 500,000 ราย” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 16 มาตรการของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือชาวสวนยางที่ประสบปัญหาราคายางตกต่ำ

โดยแต่ละวันมีเกษตรกร และกลุ่มเกษตรกรแห่นำยางพาราแผ่นดิบและยางแผ่นรมควัน มาขายเฉลี่ยวันละ 100 - 300 ตัน เนื่องจากได้ราคาสูงกว่าท้องถิ่นหรือท้องตลาดทั่วไป เฉลี่ยกิโลกรัมละ 5-6 บาท โดยยางแผ่นดิบรมควันตลาดกลางจะรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 61.70 บาท ยางแผ่นดิบคุณภาพดีกิโลกรัมละ 57.50 บาท ขณะที่ท้องตลาดทั่วไปราคายางแผ่นดิบกิโลกรัมละ 50 - 51.70 บาท

และจากราคายางที่ตกต่ำจึงทำให้เกษตรกรทั้งรายย่อย และที่รวมกลุ่มเป็นสถาบันเกษตรกรหลายพื้นที่ ต้องชะลอนำยางออกมาขายเพื่อรอให้ราคาให้สูงขึ้น จนกระทั่งรัฐบาลได้มีมาตรการดังกล่าวออกมา ชาวสวนยางจึงได้แห่นำยางมาขายที่ตลาดกลางดังกล่าวอย่างคึกคักประกอบกับในภาคอีสานมีตลาดกลางเพียง 2 แห่ง คือ ที่หนองคาย และบุรีรัมย์ ที่เหลือส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จ.สงขลาสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

นายรณชัย ดาวดวง ผู้อำนวยการตลาดกลางยางพาราบุรีรัมย์ ระบุว่าตั้งแต่เริ่มโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางเมื่อเดือน ต.ค.2557 เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้ มีเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรนำยางพารามาขายที่ตลาดกลางแล้วกว่า2,500 ตัน คิดเป็นมูลค่าเงินหมุนเวียนในการรับซื้อยางกว่า 149 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้สถานที่จัดเก็บไม่เพียงพอต้องประสานทางองค์การสวนยางมาขนระบายออกทุกวัน ทั้งนี้หากเปรียบเทียบกับปีงบประมาณ 2557 ที่ผ่านมามีเกษตรกรนำยางมาขายทั้งปีเพียง 4,000 ตันเท่านั้น อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีเกษตรกรนำยางพารามาขายอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการในเดือนเมษายน 2559