'จักรมณฑ์'โยนขนส่งทางบกตรวจมาตรฐานรถบรรทุกมือ2 เปิดทางรถบรรทุกกว่า 4 พันคัน ให้จดทะเบียนถูกกฎหมาย
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังการเข้าพบของกลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกรายย่อยว่า กลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกได้เข้ามาร้องเรียนในปัญหาการตีความกฎหมายการนำเข้ารถบรรทุกมือ 2 จากต่างประเทศ เพื่อป้องกันปัญหามลพิษ โดยกรมการขนส่งทางบกได้ระบุว่า รถบรรทุกมือ 2 นำเข้าจะต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานการปล่อยมลพิษของเครื่องยนต์ทุกคัน จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เนื่องจาก สมอ. มีเครื่องตรวจสอบเครื่องยนต์แบบนี้เพียงเครื่องเดียว และในการตรวจสอบจะต้องถอดเครื่องยนต์ออกมาทดสอบ รวมถึงจะใช้เวลาตรวจสอบอีก 3 วัน มีค่าใช้จ่าย 2 แสนบาทต่อคัน ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนรถบรรทุกมือ 2 นำเข้าที่มีกว่า 4 พันคัน หรือต้องใช้เวลาตรวจสอบทั้งหมดถึง 32 ปี และค่าตรวจสอบกว่า 800 ล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถทำตามกฎระเบียบนี้ได้ จึงทำให้รถบรรทุกเหล่านี้ไม่สามารถจดทะเบียนได้ และต้องนำออกไปวิ่งอย่างผิดกฎหมาย
โดยเป้าหมายของการตรวจสอบเครื่องยนต์ของ สมอ. คือ การตรวจสอบเครื่องยนต์ของรถยนต์ต้นแบบที่จะผลิต ซึ่งในแต่ละโมเดลจะตรวจสอบเพียงคันเดียว เมื่อผ่านมาตรฐาน สมอ.ก็นำไปผลิตเชิงอุตสาหกรรมเป็นหมื่น หรือแสนคัน โดยห้องทดสอบของสมอ. ไม่ได้ออกแบบระบบมาเพื่อตรวจสอบรถเป็นจำนวนมากที่เดียวหลายพันคัน ดังนั้นจึงได้ให้เลขาธิการ สมอ. ไปหารือกับกรมการขนส่งทางบก ให้เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการตรวจสอบมาตรฐานการปล่อยมลพิษแทน สมอ. เพราะอุปกรณ์ของกรมการขนส่งทางบกมีเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายน้อย ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาของผู้ประกอบการได้ทันที
นายสมชัย อัศวโชค แกนนำผู้ประกอบการรถบรรทุกรายย่อย ได้ยื่นจดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยระบุว่า สืบเนื่องจากการยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในขณะที่เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้แก้ไขปัญหาของผู้ประกอบการรถบรรทุกรายย่อย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการมาทางกระทรวงอุตสาหกรรมให้เยียวยาแก้ไขความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ โดยทางกระทรวงอุตสาหกรรมผ่อนผันออกใบอนุญาตรับรองเครื่องยนต์ของรถบรรทุกขนาดใหญ่และสามารถนำรถบรรทุกขนาดใหญ่ไปจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกต่อไปได้ ซึ่งผู้ประกอบการรายย่อย 300 ราย เห็นว่าหากยังไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไขโดยทันที จะส่งผลเสียหายต่อธุรกิจ ถ้ากระทรวงอุตสาหกรรมไม่สามารถบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประกอบการได้ ก็จะรวมตัวไปทวงถามความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรีในอีก 2-3 วันนี้









