วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หนุ่มใหญ่ปีนหลังคาศูนย์การค้าขอความเป็นธรรมให้ลูก

หนุ่มใหญ่ปีนหลังคาศูนย์การค้า วิคตอรี มอลล์ เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ลูก ถูกปืนลั่นใส่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูได้รับแจ้ง ชายก่อเหตุปีนหลังคาศูนย์การค้าวิคตอรี มอลล์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนพญาไท แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม.จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นชั้นดาดฟ้า ชั้นที่ 4 ของห้างสรรพสินค้า วิคตอรี มอลล์ ผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลังคือ นายสิริเดช เที่ยงตรง อายุ 39 ปี ชาว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ปีนขึ้นไปนั่งบริเวณหลังคาของห้างสรรพสินค้าที่ยื่นออกมา พร้อมกับร้องไห้ตลอดเวลา พร่ำรำพันถึงเรื่องราวความไม่เป็นธรรมที่ลูกชายเพียงคนเดียวของตนเองได้รับ และในมือของนายสิริเดชได้ถือสมุดภาพของลูกชายที่ถูกยิงและกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ของอาคารวิคตอรี มอลล์ เข้าพูดคุยให้นายสิริเดชใจเย็นลง แต่กลับไม่เป็นผล นายสิริเดช ยังคงร้องไห้และร้องขอความเป็นธรรมต่อไป

พอเวลาผ่านไปกว่า 20 นาที เจ้าหน้าที่ของอาคารได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูให้มาช่วยประคับประคองเหตุการณ์ ภายหลังการพูดคุยไม่เป็นผล เจ้าหน้าที่ของอาคารจึงได้รอจังหวะที่นายสิริเดชเผลอ เข้าชาร์จและล็อคตัวนายสิริเดชเข้ามาภายในอาคารอย่างปลอดภัย และได้นำตัวลงมาจากชั้นดาดฟ้าของอาคาร ก่อนนำไปสงบสติอารมณ์ที่ป้อมตำรวจจราจร สน.พญาไท บริเวณแยกอนุสาวรีย์

นายสิริเดช เปิดเผยภายหลังสงบสติอารมณ์ว่า ประกอบอาชีพรับจ้างประกอบเหล็ก ได้เดินทางจาก อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เข้ามาที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมีความหวังที่จะไปร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมแก่นายสิทธิพร เที่ยงตรง อายุ 15 ปี ลูกชายเพียงคนเดียวของตน หลังถูกอาวุธของเพื่อนในกลุ่มเกิดลั่นใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

“เมื่อวันที่ 18 ต.ค. เวลาประมาณ 20.00 น. ลูกชายผมได้ออกไปพบปะกับกลุ่มเพื่อนแถวๆบ้าน ซึ่งมีเพื่อนคนหนึ่งได้ขโมยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ของพ่อมาอวดเพื่อน และได้มีเพื่อนอีกคนเอามาถือเล่น แต่อาวุธปืนดังกล่าวกลับลั่นขึ้น ไปถูกบริเวณบั้นเอวด้านซ้ายของลูกผม หลังเกิดเหตุได้นำตัวลูกชายไปส่งที่ ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ บาดแผลทำให้ตับ และไตและกระเพาะได้รับบาดเจ็บจนต้องรับการผ่านตัด และต้องตัดไตทิ้ง ต้องเสียค่ารักษากว่า 80,000 บาท” นายสิริเดช กล่าว

นายสิริเดช กล่าวต่อว่า หลังจากผ่าตัดได้นำลูกชายกลับมารักษาที่บ้าน และได้แจ้งความไว้ที่ สภ.ภูตาหลวง จ.ชลบุรี และได้ไปร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม จ.ชลบุรี แต่เรื่องก็ผ่านมากว่า 1 เดือนแล้วยังไม่มีความคืบหน้าในการติดตามตัวคนร้าย ทั้งนี้ ตนได้สอบถามไปยังพ่อแม่ของเด็กที่ทำปืนลั่นใส่ลูกชาย 4-5 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจและยังบอกอีกว่าอยากร้องเรียนอะไรก็ร้องไป ไม่สนใจหรอก ตนจึงตั้งใจจะเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อหาที่ร้องเรียน แต่ระหว่างนั้นเกิดความเครียด ทำให้หน้ามืดและปีนขึ้นไปบนหลังคาศูนย์การค้าดังกล่าว เพื่อหวังให้เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนให้ความสนใจการเรียกร้องในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายสิริเดชไปสงบสติอารมณ์ พร้อมกับประสานความคืบหน้าของคดีไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูตาหลวง ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวไปร้องเรียนกับศูนย์ร้องทุกข์ของ คสช.ทำเนียบรัฐบาล