ออกหมายจับคนร้ายมือยิงหนุ่มวินมอไซค์ดับ ต่อหน้าลูกวัย 12 ขวบ บริเวณสี่แยกราชภัฎภูเก็ตแล้ว
สืบเนื่องจากกรณีนายเฉลียว ปิยภาณีกุล อายุ 47 ปี อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างประจำอยู่ที่ บขส.ภูเก็ต 2 ถ.เทพกระษัตรี ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้ขี่รถ จยย.ฮอนด้าเวฟสีดำ-แดง ทะเบียน 1 กข 6735 ภูเก็ต มีน้องเค บุตรชายวัย 12 ขวบ นั่งซ้อนท้าย เพื่อเดินทางไปยังวินหน้า บขส. ถ.เทพกระษํตรี อ.เมืองภูเก็ต แต่ถูกคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ขี่รถจักรยานยนต์ สวมเสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีน้ำตาล นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีฟ้าอ่อน สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวตในระหว่างที่ทั้งคู่จอดรถติดไฟแดงบริเวณสี่แยกราชภัฎภูเก็ต และหลังก่อเหตุคนร้ายได้ขี่รถย้อนกลับมุ่งหน้าไปยังบ้านกูกู้ ถ.รัษฎานุสรณ์ ต.รัษฎา อ.เมืองแล้วหายตัวไป ตำรวจวิทยุสกัดแต่ไร้วี่แวว เหตุเมื่อช่วงสายวันที่ 30 ตุลาคม 2557
โดยเมื่อบ่ายวันที่ 31 ตุลาคม 2557 ร.ต.อ.ราชันย์ พรรณไวย์ พนักงานสอบสวน ผู้ชำนาญการสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ได้ยื่นขอหมายจับความอาญาที่ 796/2557 ต่อศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอออกหมายจับ นายสุวัฒน์ แซ่จง อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119/100 หมู่ 7 ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ฐานกระทำผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืน, เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร
ขณะที่ พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากการสอบสวนและตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ขับขี่ในขณะก่อเหตุจากสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตนั้น ชัดเจนว่าเป็นชื่อของคนร้ายเอง คือ นายสุวัฒน์ แซ่จง อายุ 61 ปี นอกจากนี้จากการสืบสวนและตรวจสอบรายละเอียดของจานฐานปลอกกระสุนที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุซึ่งเป็นปืนยี่ห้อกล๊อค จึงได้ไปตรวจสอบทางทะเบียนปืนปรากฏว่าผู้ต้องสงสัยมีการขออนุญาตใช้ปืน 2 กระบอก และตรงกับปลอกกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุ ขนาด 9 มม.ออโตมิติก รวมทั้งจากการตรวจสอบและนำภาพจากกล้องวงจรปิดไปสอบถามผู้ที่น่าจะรู้จัก ต่างยืนยันว่า เป็นนายสุวัฒน์ เนื่องจากผู้ก่อเหตุชอบยิงปืนประเภทต่อสู้ในสนามกับพรรคพวกในภูเก็ต จึงเชื่อแน่ว่านายสุวัฒน์ เป็นผู้กระทำผิด จึงได้ขอศาลออกหมายจับ และศาลก็ได้อนุมัติหมายจับแล้วในวันนี้ (31 ต.ค.57)
“ในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายนั้นได้ดำเนินการมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุ และวันนี้ (31 ต.ค.57) ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไล่ล่าติดตาม 2 ชุดด้วยกันทั้งชุดสืบจังหวัดและ สภ.เมืองภูเก็ต คาดว่ายังคงอยู่ในภูเก็ต และนับจากที่ได้มีการออกหมายจับแล้วหากใครให้ที่พักพิงผู้ก่อเหตุรายนี้ก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน”
พล.ต.ต.พชร กล่าวว่า สำหรับมูลเหตุของการลงมือนั้น เนื่องจากเรายังจับกุมผู้ไต้องหาไม่ได้ แต่จากการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ การวิเคราะห์ทางคดีแล้ว เชื่อแน่ว่าเป็นกรณีที่มีอารมณ์จุดเดือดต่ำ ในกรณีของการขับรถ โดยคนร้ายขับรถจักรยานยนต์อยู่ด้านหน้าผู้ตาย และผู้ตายอาจจะรีบจึงได้บีบแตรเพื่อจะแซงไปข้างหน้าแต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมจึงบีบแตรไล่เป็นระยะทางประมาณ 20 เมตรก่อนถึงบริเวณสี่แยกไฟแดงจุดเกิดเหตุ โดยได้มีปากเสียงและด่าทอกัน ซึ่งในส่วนของคนร้ายมีประวัติว่า หากถูกด่าทอหรือมีการโต้เถียงจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ รวมทั้งจะมีอาการเครียด ประกอบกับตัวเองใช้ปืนเป็น และอาจจะมีการท้าทายกัน เพราะมีข้อมูลว่าแม้กระทั่งครูฝึกยิงปืนของนายสุวัฒน์เองก็เคยมีการท้าดวลปืนกันมาแล้ว
ส่วนผู้ตายเป็นนักมวยเคยขึ้นชกมา 100 กว่าไฟร์ท หากมีปัญหากับใครก็จะท้าชกต่อย ซึ่งขณะเกิดเหตุบริเวณจุดจอดรถบริเวณแยกไฟแดงทั้งคู่ลงมาจากรถและมีการท้าทายกัน และมีพยานได้ยินนายสุวัฒน์ บอกว่า ยิงแน่ ส่วนผู้ตายก็บอกว่าหากแน่จริงก็ให้ยิง จึงเกิดเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ใช่สาเหตุอื่นๆ เพราะนายสุวัฒน์อายุค่อนข้างมากแล้ว และไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร ไม่ได้มีอิทธิพล เพียงแต่มีความชำนาญการใช้ปืนและอาจจะมีความเครียดกรณีถูกต่อว่า ส่วนของผู้ตายมีข้อมูลว่า เมื่อมีอารมณ์โกรธก็จะชอบด่าทอ ซึ่งหากใครพบเห็นขอให้แจ้งเบาะแสกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามจับกุมตัวให้ได้ทันควัน









