วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คุมเข้มแนวพรมแดนหลังพบชาวโรฮิงญาเคลื่อนไหว

"พินิจ" รองผู้ว่าฯระนองสั่งคุมเข้มแนวพรมแดน หลังพบโรฮิงญาเคลื่อนไหว จ่อทะลักเข้าไทย

นายพินิจ บุญเลิศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่า ขณะนี้สายข่าวทางการทหารรายงานว่าได้พบกลุ่มชาวโรฮิงญาหลายกลุ่มเริ่มเดินทางมาจาก จ.อาระกัน มุ่งหน้ามายังประเทศไทย ด้านจ.ระนอง-พังงา ซึ่งจากการติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดทราบว่ากลุ่มโรฮิงญากลุ่มดังกล่าวมีแผนจะได้เข้ามากบดานที่เกาะหินช้างในประเทศพม่า ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กตั้งอยู่เหนือเกาะสน (กาสิโน) เพื่อเตรียมที่จะกระจายขึ้นฝั่งในเขตพื้นที่จ.ระนอง,พังงา,ภูเก็ตในลักษณะของกองทัพมด ซึ่งเพื่อความไม่ประมาทตนได้สั่งกำหนดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระมัดระวังแนวพรมแดนด้านจ.ระนอง-เกาะสองในช่วงนี้เป็นกรณีพิเศษ

“การทะลักเข้ามาของชาวโรฮิงญาก่อนหน้านี้กลายเป็นปัญหาในระดับโลก ดังนั้นทางจ.ระนองและประเทศไทยไม่ต้องการที่จะแบกรับปัญหาเช่นนั้นอีก และกลุ่มชาวโรฮิงญาที่เข้ามาก่อนหน้านี้ ก็ยังไม่มีประเทศที่สามใดรับหน้าที่ไปดูแล ยังคงเป็นภาระที่ประเทศไทยยังต้องแบกรับ ปัญหาโรงฮิงญา หรือแม้แต่ปัญหาแรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่มีอย่างต่อเนื่องยังเป็นปัญหาสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลาง และในพื้นที่ต้องเร่งหาทางแก้ไข ซึ่งในส่วนของ จ.ระนองกำลังเร่งปรับแนวทางการทำงานของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกัน ไม่ทำงานในลักษณะต่างคนต่างทำเช่นที่ผ่านมา พร้อมกันนี้กำลังมีการหารือกับกองทัพเรือภาคที่ 3 ถึงความเป็นไปได้ที่จะขยายแนวป้องกันให้ครอบคลุมมากกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่ายังมีหลายช่องทางที่ยังเป็นช่องว่างให้แรงงานต่างด้าว รวมถึงกลุ่มโรฮิงญาทะลักเข้ามาในไทยได้ โดยเฉพาะแนวอาณาเขตติดต่อทางทะเลจากจังหวัดระนองถึงจ.สตูลที่มีระยะทางยาวกว่า 300 กม. จำเป็นที่จะต้องวางแนวสกัดกั้นอย่างเข้มงวด”

นอกจากแรงงานต่างด้าวที่ต้องการเฝ้าระวังแล้ว ในช่วงตั้งแต่เดือน พ.ย.-ก.พ.ของทุกปี จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเฝ้าระวังอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มโรฮิงญา เพราะถือเป็นฤดูอพยพเข้าสู่ประเทศไทย ทั้งยังเป็นกลุ่มที่มีอันตรายต่อความมั่นคงสูงกว่ากลุ่มแรงงานต่างด้าว ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวางแนวทางการปฏิบัติร่วมกันเพื่อความเป็นเอกภาพเบื้องต้นได้จัดวางมาตรการเฝ้าระวังป้องกันเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เรืออพยพของชาวโรฮิงญาเข้ามาในน่านน้ำของไทย 3 ชั้น คือ

ชั้นแนวเขตน่านน้ำชายแดนใช้ทหารเรือจากกองเรือภาคที่ 3 เป็นกำลังหลัก 2 ชั้นแนวน่านน้ำตอนในของไทย มีการสนธิกำลังทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจน้ำ และทหารบก หากมีการเล็ดลอดเข้ามาก็จะผลักดันออกไปเช่นกัน และ 3. ชั้นแนวชายฝั่งและเกาะแก่ง จะใช้กำลังประชาชนในการสกัดกั้น คอยเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ หากพบเห็นขอให้ประชาชนอย่าให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่ผู้หลบหนีเข้าเมืองเพราะจะมีความผิดฐานให้ความช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือนำพา แต่ให้แจ้งทางราชการเข้าไปดำเนินการ