สธ.พบคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ มะเร็ง รวมกันปีละเกือบ 90,000 คน
นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยพบผู้เสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือที่เรียกว่าโรคเอ็นซีดี (Non Communicable Disease : NCD) สูงขึ้นมาก โดย 4 โรคที่พบอันดับต้นๆ ได้แก่ มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจในปี 2555 มีผู้เสียชีวิตรวมกันจำนวน 89,775 คน โดยร้อยละ 37 หรือ 33,545 คนเสียชีวิตขณะอายุยังไม่ถึง 60 ปี ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คนวัยแรงงานอายุสั้นลง หากไม่เร่งแก้ไขคาดว่าปัญหาโรคเอ็นซีดีจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของครัวเรือน ทำให้ขาดแรงงานหลัก หรือเสาหลักสร้างรายได้ให้ครอบครัว รวมทั้งผู้สูงอายุอาจขาดผู้ดูแล โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกคนเดียว
สาเหตุของโรคเอ็นซีดี ส่วนใหญ่เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพประจำวันไม่เหมาะสมหรือไม่สมดุลกัน เช่น พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย จากผลสำรวจสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุดในปี 2554 พบประชากรอายุ 11 ปีขึ้นไป ออกกำลังกายเพียงร้อยละ 26 นอกจากนี้ ยังนิยมรับประทานอาหารรสหวาน มัน เค็มมากขึ้น ส่วนผักผลไม้ น้อยมากเฉลี่ยคนละ 1.8 กรัมหรือไม่ถึงวันละ 2 ขีดซึ่งตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลกกำหนดให้กินผักให้ได้วันละ 4-6 ขีด ซึ่งผลดีของการกินผักผลไม้ ร่างกายจะได้รับวิตามินบำรุงร่างกายตามธรรมชาติ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี ทำให้มีภูมิต้านทานโรค ช่วยให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น เนื่องจากมีกากใยมาก และกากใยนี้จะช่วยซับไขมันออกทางอุจจาระด้วย
นอกจากนี้ ยังพบคนไทยประสบปัญหาน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน จากข้อมูลสุขภาพของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ล่าสุดในปี2555 มีคนไทยอายุ 5 ปีขึ้นไปเป็นโรคอ้วนมากถึง 17 ล้านคนทั่วประเทศ และยังมีแนวโน้มเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 4 ล้านคนต่อปี เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์สุขภาพในกลุ่มประเทศอาเซียน พบว่าเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปีขึ้นไปมีภาวะโภชนาการเกินร้อยละ 8 สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศในกลุ่มอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย จึงให้กรมอนามัยบูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นต้น
ด้าน นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยจะเร่งรัดรณรงค์ให้คนไทยทั่วประเทศตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดี ลดการบริโภคอาหาร หวานมันเค็ม ให้เป็นนิสัย กินผัก ผลไม้ทุกมื้อ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลมหรือน้ำหวาน งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ในเบื้องต้นขอเชิญชวนให้ประชาชนใช้โอกาสช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งปีนี้มี 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 วันที่ 24ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2557 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและสร้างนิสัยต่อเนื่องในการเริ่มต้นปรับพฤติกรรมการบริโภคเพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีโดยในแต่ละมื้ออาหารให้เพิ่มการรับประทานผักให้ได้ครึ่งหนึ่ง ข้าว-แป้ง และโปรตีนจากเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเมล็ดอย่างละ 1 ใน 4 ของจานรวมทั้งเสริมด้วยผลไม้สด 1 จานเล็ก เพื่อเป็นแหล่งของวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร
สำหรับแผนในปี 2557-2558 กรมอนามัยจัดโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เน้นการพัฒนาสุขภาพดีให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศ ส่วนกลุ่มวัยรุ่นเน้นการส่งเสริมให้บริโภคอาหาร ออกกำลังกาย กลุ่มวัยทำงานจะร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น เหล้า บุหรี่ จัดโครงการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานโครงการส่งเสริมแบบแผนการมีกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแก่บุคลากรในสถานประกอบการ รวมทั้งโครงการดูแลมะเร็งเต้านม การดูแลผู้สูงอายุ พัฒนาคลินิกไร้พุงในโรงพยาบาลทุกระดับ ซึ่งจะเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นต้นเหตุการเจ็บป่วย และการตรวจคัดกรองโรค เช่น เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงให้ครอบคลุมกลุ่มวัยแรงงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90









