"นพ.จุฑา" เจ้าของคลีนิคเหลาคางพริตตี้ดับเข้าพบสสจ. ขณะที่จนท.กระทรวงสาธารณสุขเข้าตรวจคลินิค
ที่สำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดสมุทรปราการ นายแพทย์จุฑา จันทร์ศรี เจ้าของคลินิคปากน้ำศัลยกรรมตกแต่ง ที่นางสาวเมทยา มาวงค์ อายุ 30 ปี พริตตี้สาว สาวชาวเชียงใหม่ เข้ารับบริการผาตัดเหลาค้าง หรือวีไลน์ เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา และเกิดอาการแพ้ยาสลบกระทั่งเสียชีวิต หลังข่าวของนางสาวเมทยา ได้ถูกนำเสนอข่าวกันอย่างคึกโครม คลีนิคศัลยกรรมตกแต่งดังกล่าวได้ปิดกิจการและรื้อป้ายโฆษณาของทางคลินิกออก ได้เดินทางเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับทางเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขจังหวัดสมุทรปราการ โดยไม่ยินยอมให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด
จากนั้นช่วงบ่ายของวันเดียวกันเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณะสุข พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้เดินทางเข้าตรวจสอบภายในคลินิกดังกล่าว โดยเข้าทางประตูเล็กด้านหลังของคลินิกดังกล่าว โดยไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกหรือผู้สื่อข่าวเข้าแต่อย่างใด ทำให้สื่อจากสำนักต่าง ๆ ทำได้เพียงสังเกตการณ์อยู่ด้านนอก ในการตรวจสอบนั้นใช้เวลานานกว่า 3 ชั่งโมง ทราบเพียงแต่ว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีการเก็บรายชื่อและประวัติลูกค้าทั้งหมดที่เข้ารับบริการที่คลีนิกศัลยกรรมตกแต่งความงามดังกล่าวไปตรวจสอบ
หลังจากนั้นนายแพทย์รังสรรค์ วงษ์บุญหนัก หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลเมืองสมุทรปากน้ำ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ไปรับนางสาวเมทยา มาทำการรักษา แต่เมื่อทางคณะแพทย์วินิจฉัยแล้วว่า คนไข้มีอาการสาหัสกว่าที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปากน้ำจะรักษาได้ จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นายแพทย์รังสรรค์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ของสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีการเสียชีวิตของนางสาวเมทยา ที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปากน้ำ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่รับคนไข้มารักษาเป็นโรงพยาบาลแรก หลังคนไข้เกิดอาการช็อกมาจากคลินิกดังกล่าว โดยได้มีการสอบสวนนายแพทย์ศิริชัย ว่องธนาการ แพทย์ของโรงพยาบาลเมืองสมุทรปากน้ำ ผู้ให้การรักษาหลังจากที่คนไข้มาถึงโรงพยาบาล และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งจะต้องตามไปตรวจสอบหาข้อมูลและประวัติคนไข้ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ต่อไป
นายแพทย์รังสรรค์ เปิดเผยอีกว่า ทางสาธารณะสุขจะเข้าตรวจสอบคลินิกดังกล่าวแล้วทั้งเรื่องใบอนุญาตของนายแพทย์และพยาบาลที่ทำการผ่าตัดในคลินิก รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในคลินิกด้วย ตลอดจนตัวอาคารเองก็ตามว่าเป็นไปตามมาตรฐานของการประกอบวิชาชีพพยาบาลหรือไม่ จากนั้นก็จะรวบรวมหลักฐานให้ทางแพทยสภาเป็นผู้สรุป อีกครั้งหนึ่ง
ด้าน พ.ต.อ.ปรีชา เอี่ยมนุ้ย หัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากยังไม่มีคนมาแจ้งความร้องทุกข์ ต้องรอทางแพทยสภาสรุปผลออกมาว่าทางแพทย์ของคลีนิกมีความผิดจริง และมอบหมายให้ทางสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ มาแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดกับทางคลีนิก เสียก่อน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจะสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปได้









