"พลังงาน" อนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าขยะและชีวมวล53เมกะวัตต์ พร้อมกำหนดโซนนิ่งรับซื้อเฉพาะพื้นที่มีสายไฟฟ้ารองรับ
คาดอีก 2-3 สัปดาห์หน้าจ่อพิจารณาการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มอีก 31 โครงการ จำนวน 213 เมกะวัตต์
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนว่า ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการพลังงานหมุนเวียน ทั้งในส่วนของโรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ และโรงไฟฟ้าขยะ รวม 18 โครงการ กำลังการผลิตรวม 53.06 เมกะวัตต์
โครงการดังกล่าวมีสัญญาเสนอขายไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่าผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 1 โครงการ กำลังการผลิต 22 เมกะวัตต์ และขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (พีอีเอ) 17 โครงการ กำลังการผลิต 31.06 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล 4 โครงการ กำลังการผลิต 14.08 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ 12 โครงการ กำลังการผลิต 16.08 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าขยะ 1 โครงการ กำลังการผลิต 0.9 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบการกำหนดแนวทางการรับซื้อหมุนเวียนในอนาคต โดยให้พิจารณาจากโซนนิ่งที่มีความพร้อมสายส่งไฟฟ้าของ 3 การไฟฟ้าเป็นหลัก ก่อนที่จะมีการเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในส่วนพลังงานหมุนเวียนที่ยังไม่พิจารณาตอบรับซื้อไฟฟ้า ยังมีอีก 31 โครงการ กำลังการผลิตรวม 213 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลและชีวภาพ โดยจะมีการเสนอโครงการเข้าที่ประชุมอีกครั้งในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า
สำหรับปัจจุบันโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม พบว่าเต็มโควตาแล้วที่ 1,800 เมกะวัตต์ ส่วนโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ที่กำหนดรับซื้อ 2,000 เมกะวัตต์ ยังเหลือโควตาอีก 576 เมกะวัตต์ แต่จะต้องมีการเจรจาเพื่อปรับอัตรารับซื้ออยู่ในเกณฑ์ที่ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนดไว้ที่ 6.50 บาทต่อหน่วย ดังนั้นได้มอบหมายให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ไปพิจารณาโดยเร็ว
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงโครงการโซลาร์เซลล์สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร 800 เมกะวัตต์ ที่ต้องเร่งพิจารณา เพื่อเสนอไปยัง กพช.ตัดสินใจต่อไป
ส่วนโครงการพลังงานหมุนเวียนที่เสนอขายเกินเป้าหมายในแผนพลังงานทดแทนนั้น ให้ชะลอการพิจารณาไว้ก่อน และให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ร่วมสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ศึกษาทบทวน และเสนอ กพช. เพื่อพิจารณากำหนดนโยบายต่อไป









