"กรมการค้าภายใน" โชว์แผนคุมสินค้าแพงทั้งปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน เตือนร้านอาหารไม่ควรคิดกำไรเกิน30%
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่ากรมการค้าภายในได้ดำเนินการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดไม่เพียงแต่ตามแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังมีปัญหาการจำหน่ายสินค้าอาหารราคาแพงเท่านั้น โดยกรมมีมาตรการดูแลราคาสินค้าได้แก่การปิดป้ายแสดงราคาต้องมีความชัดเจนและการส่งเจ้าหน้าที่ออกติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ตรึงราคาสินค้าถึงสิ้นปี ทำให้จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสินค้ารายการใดขอปรับราคาเข้ามา มั่นใจว่าแม้สิ้นมาตรการขอความร่วมมือแล้วก็จะไม่มีสินค้ารายการใดขอปรับขึ้นราคาเพราะกรมประเมินแล้วพบว่ายังไร้ปัจจัยกดดันให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น
ในส่วนของแผนการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% ไปที่ 10% ขณะนี้ยังไม่มีผลทางปฏิบัติ เช่นเดียวกับแผนการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ซึ่งกรมได้ศึกษาแล้วพบว่าไม่มีผลต่อต้นทุนการผลิต เนื่องจากเงินเดือนข้าราชการไม่ได้ส่งผลต่อโครงการการผลิต ผิดกับการปรับขึ้นแรงงานทั่วไปและด้านการเพิ่มปริมาณการซื้อสินค้าหลังรายได้ข้าราชการเพิ่มขึ้น ก็จะไม่ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเพิ่มกำลังการผลิตเนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการใช้กำลังการผลิตจริงเพียง 60-70% หากต้องเพิ่มกำลังการผลิตก็จะไม่เกินอัตราความสามารถที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม ในส่วนคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ตามหลักการปฏิบัติต้องประชุมเพื่อทบทวนรายการสินค้าควบคุมและมาตรการที่ใช้ดูแลราคาสินค้าในทุกรอบปีนั้น การประชุมล่าสุดให้คงมาตรการเหมือนปีก่อนและให้รัฐบาลชุดใหม่เป็นดูกำหนดมาตรการต่างๆ
“ตอนนี้ 1569 มีการร้องเรียนจากผู้บริโภคอยู่บ้าง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการติดป้ายแสดงราคาสินค้า ความสับสนราคาก๊าซหุงต้มที่ผู้บริโภคมีความรู้สึกว่ามีการปรับขึ้นราคา ส่วนข้าวถุง แม้จะมีการปรับขึ้นราคาบ้างแต่ยังไม่เกินราคาเพดาน” นายสันติชัย กล่าว
ส่วนกรณีผู้ประกอบการร้านอาหารริมชายหาดหัวหินถูกร้องเรียนว่ามีการจำหน่ายสินค้าแพงนั้น ได้ให้ค้าภายในจังหวัด และพาณิชย์จังหวัด เร่งตรวจสอบการจำหน่ายอาหารบริเวณแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภคโดยจะต้องพิจารณาจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่าย พื้นที่ ประกอบว่าราคาจำหน่ายสมเหตุสมผลหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของระเบียบปฏิบัติการพิจารณาควรเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการส่วนจังหวัด มีอำนาจออกมาตรการราคาแนะนำให้สินค้าที่มีปัญหาเป็นสินค้าควบคุมในพื้นที่นั้นๆ ได้ โดยให้ผู้ค้ากำหนดราคาอาหารอย่างเป็นธรรม โดยให้บวกกำไรได้ไม่เกิน 30%หากผู้ค้ารายใดขายเกินราคาแนะนำ สามารถเอาผิดตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการการ มาตรา 29 มีโทษจำคุก 7 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 140,000 บาท กรณีฉ้อโกง มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 6,000 บาท








