วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวนา'ลพบุรี'ประสบภัยแล้งปลูกเผือกแทนการทำนา

ชาวนา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ประสบภัยแล้ง เปลี่ยนปลูกเผือกแทนการทำนา ราคาดี-ประกันราคารับซื้อ

สำหรับปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ของจังหวัดลพบุรียังคงเป็นปัญหาใหญ่โดยเฉพาะในพื้นที่ของอำเภอบ้านหมี่ เนื่องจากจนถึงขณะนี้แล้วชาวนาในหลายพื้นที่ยังไม่สามารถที่จะทำนาได้ตามฤดูการเนื่องจากปริมาณน้ำมีไม่เพียงพอต่อการทำนา ซึ่งทำให้ชาวนาหลายคนต้องเปลี่ยนวิธีและหาพืชเศษฐรกิจตัวใหม่มาปลูกทดแทนการทำนาข้า และใช้น้ำที่น้อยกว่า

โดยเฉพาะนายวิชัย อินทรุขา ชาวนาในตำบลบางขาม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีนาอยู่กว่า 8 ไร่ ได้เปลี่ยนพื้นนามาเป็นแปลงปลูกเผือกพันธุ์เชียงใหม่หอม ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ชาวนาในอำเภอบ้านหมี่รวมกลุ่มกันเปลี่ยนมาทำนาเผือกหอมพันธุ์เชียงใหม่ เนื่องจากเผือกพันธุ์นี้ไม่ชอบน้ำมาก มีตลาดต่างประเทศรองรับทั้งประเทศอินเดีย และปากีสถาน เนื่องจากจะนำเผือกหอมเชียงใหม่ไปทำแป้งโรตี จึงทำให้ตลาดยังเปิดกว้าง และที่สำคัญที่ทำให้ชาวนาของที่นี้ยอมเปลี่ยนมาปลูกเผือกหอมเชียงใหม่ก็คือจะมีราคาประกันจากสหกรณ์การเกษตรท่าโขลงรับซื้อในราคาขั้นต่ำกิโลกรัมละ 15 บาท แต่หากช่วงที่เก็บเกี่ยวเผือกได้มีราคาสูงกว่านี้ก็จะขายได้ตามราคาของตลาด ซึ่งจากการคำนวนแล้วการปลูกเผือกถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนที่สูงกว่าการทำนาแต่ราคาที่ได้มีกำไรมากกว่าการปลูกข้าว

ซึ่งนายวิชัย บอกว่าการทำข้าวนาต้นทุนการผลิตอยู่ที่ไร่ละ 5-7 พันบาทแต่ราคาข้าวในช่วงนี้อยู่ที่ 5-7 พันบาทต่อตันเช่นกันจึงทำให้เสี่ยงต่อการขาดทุนสูง และน้ำก็ต้องใช้จำนวนมาก ช่วงนี้นำก็มีไม่เพียงพอต่อการทำนาอีก จึงได้ตัดสินใจปลูกเผือกหอมเชียงใหม่แทน ถึงแม้ต้นทุนต่อไร่จะมีสูงถึงไร่ละ 2-3 หมื่นบาทก็ตาม แต่คำนวนแล้วจะสามารถขายเผือกหอมเชียงใหม่ได้ไร่ละประมาณ 3-8 หมื่นบาทต่อไร่ ในราคาประกันที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม แต่หากในช่วงที่เก็บเผือกมาราคาสูงกว่านี้ก็จะยิ่งทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น แต่ระยะเวลาการปลูกนั้นจะนานกว่าการปลูกข้าวปกติคือเผือกจะใช้เวลาปลูกนานถึง 6 เดือนแต่ก็คุ้มค่ากว่าการทำนา ทำให้ชาวนาในพื้นที่ของตำบลบางขาม บางพึ่ง และมหาสอน เริ่มหันมาปลูกกันแล้วจำนวนหลายร้อยไร่