ส.ต้านโลกร้อนนำชาวบ้านสระบุรี ฟ้องศาลปกครอง"นายกเทศมนตรีนายาว- อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรีกับพวก"ละเลยหน้าที่
นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 49 คน ซึ่งเป็นชาวบ้านพื้นที่ตำบลนายาว อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ร่วมกันยื่นฟ้องนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลนายาว จังหวัดสระบุรี, อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, ผู้ใหญ่บ้าน หมู่7 ต.นายาว, นายอำเภอพระพุทธบาท, อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี และอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-6 ต่อแผนกคดีสิ่งแวดล้อมศาลปกครองกลาง เรื่องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการมิชอบด้วยกฎหมาย ละเลยต่อหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ โดยผู้ถูกฟ้องอนุญาตให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานผลิตเสาเข็มคอนกรีตขนาดใหญ่ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหามลพิษในพื้นที่ชุมชนที่ทำเกษตรกรรม
โดยผู้ฟ้องระบุว่า ได้รับความเดือดร้อน เสียหาย จากการที่ผู้ถูกฟ้องไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอน หรือวิธีการตามกฎหมาย อาทิ พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535, พ.ร.บ.การจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511, พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 และพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 จากกรณีที่ผู้ถูกฟ้องอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานผลิตเสาเข็มคอนกรีตขนาดใหญ่ ในพื้นที่ที่จัดให้เป็นเขตเพื่อการเกษตรกรรม นิคมสร้างตนเองในกำกับดูแลของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และไม่สนใจต่อคำคัดค้านของผู้ฟ้องคดีและชาวบ้านที่ไม่เห็นชอบด้วย และแสดงเจตนารมณ์ผ่านการชุมนุมคัดค้าน และยื่นหนังสือคัดค้านหลายครั้ง เพราะเห็นว่าองค์การดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฎด้วยว่าผู้ประกอบการทำการตัดต้นไม้หวงห้ามสำคัญต่างๆ และปรับพื้นที่ด้วยรถแทร็กเตอร์ขนาดใหญ่ ขณะที่เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 57 ผู้ใหญ่บ้าน หมู่7 ต.นายาว ผู้ถูกฟ้องที่ 3 ได้ประกาศเชิญชวนชาวบ้านให้มาร่วมประชุม โดยไม่ได้แจ้งข้อมูลให้ทราบก่อนว่าเกี่ยวกับเรื่องใด แต่ผู้ฟ้องและชาวบ้านทราบในภายหลังว่า พื้นที่ที่ได้ปิดประกาศจะก่อสร้างเป็นรีสอร์ทนั้น แท้จริงกำลังก่อสร้างเป็นโรงงานผลิตเสาเข็มคอนกรีตขนาดใหญ่ ผู้ฟ้องที่มาประชุมจึงแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย โดยประชาชนเกือบทั้งหมดในบริเวณดังกล่าวประกิบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งพื้นที่หมู่ที่ 7 ซอย 6-7 ต.นายาว อ.พระพุทธบาท จัดให้เป็นเขตพื้นที่เพื่อการเกษตรกรรม ตามพ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ขณะที่การก่อสร้างโรงงานของผู้ประกอบการดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 เพราะยังไม่ได้รับใบหรือหนังสืออนุญาตจากอุตสาหรรมจังหวัดสระบุรี และอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ถูกฟ้องที่ 5-6 โดยนายอำเภอพระพุทธบาท ผู้ถูกฟ้องที่ 4 ได่มีหนังสือลงวันที่ 5 มี.ค. 57 ยับยั้งการก่อสร้างโรงงานผลิตเสาคอนกรีตดังกล่าว ซึ่งโรงงานไม่ได้ปฏิบัติตามแต่กลับเร่งรัดการก่อสร้างโดยต่อเนื่อง
นอกจากนี้โรงงานดังกล่าวถือเป็นโรงงานประเภทที่ 3 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามันของประชาชน จึงต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ม.46-51 ก่อน และตามประกาศของอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมผู้ถูกฟ้องที่ 6 พบว่าโรงงานดังกล่าวเป็นกิจการก่อสร้างขนาดให้มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวตั้งแต่ 10,000ตารางเมตร ขึ้นไป และอยู่ใกล้อุทยานวิทยาศาสตร์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร แต่นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนายาว, อุตสาหรรมจังหวัดสระบุรี และอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ถูกฟ้องที่ 1,5-6 ไม่ได้ดำเนินการหรือสั่งให้ผู้ประกอบการดังกล่าวดำเนินการศึกษา EIA ก่อน อีกทั้งในกระการผลิตดังกล่าวยังจะก่อให้เกิดมลพิษทางเสียง มีเสียงดังได้ยินไกลกว่า 1 ก.ม. หากมีการเร่งผลิตตลอด24 ชั่วโมง จะสร้างความเดือดร้อนรำคาญและสุขภาพ และเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่พยายามจัดให้มีเวทีการประชุมอีกครั้งก็เป็นการจัดเพื่อรับฟังความเห็นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมีตัวแทนบริษัทเอกชนที่อ้างเป็นที่ปรึกษาผู้ใหญ่บ้านเข้ามาดำเนินการโดยที่นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนายาว หรือ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ผู้ถูกฟ้องที่ 1 และ 3 ไม่ได้เป็นผู้จัด
ผู้ฟ้องจึงขอให้ศาลมีคำพิพากษา ให้ผู้ถูกฟ้องเพิกถอนใบอนุญาตการก่อสร้างอาคาร และใบอนุญาตการประกอบกิจการโรงงาน (ใบ รง.4) ที่ออกให้กับ บริษัทสระบุรีเทคนิคคอนกรีต จำกัด, ให้ผู้ถูกฟ้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในการออกคำสั่ง หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด บจก.สระบุรีฯ ก่อนที่จะยื่นคำขอใบ รง.4, ให้ผู้ถูกฟ้องจัดให้ประชาชนตำบลนายาว มีส่วนร่วมเกี่ยวกับโรงงานตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ และขอให้ศาลวินิจฉัย ว่าการดำเนินการของผู้ถูกฟ้องดำเนินการฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของกฎหมาย
ศาลรับคำฟ้องไว้ในสารบบคดีหมายเลขดำ ส.41/2557 เพื่อมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไป






