วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

3ล.พิชิตเครียดด้วยตนเอง

ถึงเวลาต้องรู้วิธีการจัดการความเครียดและบริหารสุขภาพจิตให้เข้มแข็งเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ

การใช้ชีวิตอยู่ในสังคมท่ามกลางวิกฤติต่างๆ เป็นสิ่งที่ยากแล้ว แต่การมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่เข้มแข็งเป็นเรื่องที่ยากกว่า เรื่องของกายยังเป็นสิ่งมองเห็นได้ เจ็บป่วยก็รักษา หรือหาวิธีป้องกัน แต่เรื่องของใจไม่มีใครมองเห็น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะต้องสร้างพื้นฐานด้านจิตใจให้เข้มแข็งและมีภูมิคุ้มกันที่ดี ซึ่งจะต้องรู้วิธีการจัดการความเครียดและบริหารสุขภาพจิตให้เข้มแข็งและรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายต่างๆ ได้ตลอดเวลา

คนเราถ้าหากเครียดมากๆ อาจทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายทำงานได้ไม่ดี ระบบภูมิต้านทานโรคลดลง เมื่อเจอความเครียดที่มากระทบกับจิตใจแล้ว ย่อมส่งผลออกมาที่แตกต่างกันออกไป โดย ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ความเครียด คือ สภาวะที่ไม่สบายกาย หรือไม่สบายใจ หรือทั้ง 2 อย่าง โดยความเครียดส่วนใหญ่จะมีสาเหตุทั้งที่เกิดจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน

ถ้าพูดถึงปัจจัยภายในก็คืออาการเจ็บป่วยบางอย่างในร่างกายเรา เช่น ท้องเสีย ปวดหัว เป็นไข้ หรือการได้รับสารบางอย่าง เช่น กาแฟ ที่ทำให้บางคนดื่มแล้วใจสั่น รู้สึกไม่สบายตัว กระสับกระส่าย เป็นต้น สำหรับปัจจัยภายนอกที่ทำให้เกิดความเครียดนั้น จะเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็จะแบ่งออกเป็น 2 เรื่องหลักๆ ก็คือ Work and Love ซึ่งคือเรื่องการงานและความสัมพันธ์ โดยการงานก็อาจจะเป็นเรื่องระหว่างบุคคล เช่น มีปัญหากับเจ้านาย ลูกน้อง เพื่อนร่วมงานทะเลาะกัน

นอกจากนี้ก็เป็นเรื่องของการเงิน ผลตอบแทนไม่พอ ไม่เหมาะสม หรือว่าเรื่องตัวเนื้องานเองก็อาจมีส่วนทำให้เครียดง่าย โดยเฉพาะงานที่ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลา หรือว่างานที่ข้องเกี่ยวกับเรื่องความเป็นความตายความทุกข์ทรมานหรือความรุนแรง ความขัดแย้ง เหล่านี้ก็สามารถทำให้เกิดภาวะเครียดได้เหมือนกัน ส่วนเรื่องของ Love หรือความรัก ก็คือความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด เช่น อาจะมีปัญหากับทางบ้าน พ่อแม่ พี่น้อง ทะเลาะกับแฟน กับเพื่อน ก็อาจทำให้เครียดได้

สำหรับการบริหารจัดการความเครียดแบบยั่งยืนควรปฏิบัติ 3 ล. คือ ลด ละ เลิก ดังนี้ “ลด” ก็คือการลดความเครียดให้ไปสู่ในระดับที่เหมาะสม ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าความเครียดในระดับน้อยๆก็มีประโยชน์ ทำให้เราทำงานได้สำเร็จ เช่น ได้รับโปรเจ็กต์มาก็รู้สึกเครียดขึ้นมานิดหนึ่ง เครียดแบบน่าตื่นเต้นอยากทำ ถ้าเป็นสเกลสำหรับตัวเอง 10 ก็คือเครียดสุดๆ เลย 0 คือไม่เครียดเลย ก็อยากให้ความเครียดอยู่สักระดับ 2-3 เพื่อจะได้เป็นการกระตุ้นๆ ให้ตัวเองตื่นตัวหน่อย ถ้าเกินกว่านี้ก็ต้องจัดการหาทางลดระดับความเครียดลง

“ละ” หรือ “เลี่ยง” ก็คือ อยากให้เลี่ยงปัญหาที่เลี่ยงได้ ตัวกระตุ้นที่ทำให้เราเครียด ถ้าเรารู้ เลี่ยงได้ก็เลี่ยงไป สมมุติว่ามีคนมายืมเงิน มาขอให้ไปค้ำประกันให้ ถ้าเรารู้สึกว่าถ้าเราให้ยืม หรือ ค้ำประกัน เราจะมีปัญหาแน่นอน เราต้องเครียดแน่นอน เลี่ยงได้ก็เลี่ยงไป เป็นสิ่งที่แก้หรือป้องกันได้ ส่วนปัจจัยที่แก้ไม่ได้ แบ่งเป็นระยะสั้น ระยะยาว สมมุติว่าระยะสั้นมันแก้ได้ด้วยตัวของมันเองก็อดทนรอไป เดี๋ยวปัญหามันก็จบลงไปเอง ระยะยาวก็อาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น บางคนแก้ปัญหาของตัวเองไม่สำเร็จ การขอความช่วยเหลือจากคนอื่นก็เป็นวิธีที่ดีเหมือนกัน

“เลิก” ก็คือเลิกจริงจังกับปัญหามาก เพราะเวลาเรามีความเครียดเรามักจะมองว่าปัญหามันใหญ่ ยิ่งเครียดมาก ยิ่งมองปัญหามันใหญ่มาก อยากจะให้มองว่า ชีวิตเรามีอย่างมากก็แค่ 2 หมื่นกว่าวัน สมมุติว่าพรุ่ง

นี้เราไม่ตื่นขึ้นมา เรามองย้อนมาวันนี้เรายังเสียใจอยู่ไหมที่เราหมกมุ่นอยู่กับปัญหาไร้สาระนี่ บางทีเรามองในช่วงชีวิตของคนๆ หนึ่ง ตอนนี้เรามองว่าปัญหาเรื่องนี้มันใหญ่มาก แต่พอเราลองมองย้อนกลับไป ส่วน

ใหญ่ก็มองว่าเรื่องที่เราผ่านมามันเล็กน้อย หรือว่ามองในมุมมองระดับจักรวาล จริงๆ มนุษย์เรามันก็แค่ผงธุลี ปัญหาของเรามันก็เล็กยิ่งกว่าระดับอะตอมโมเลกุล ชีวิตมันเหลือสั้นนัก เราไม่รู้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่ ก็

ไม่รู้จะต้องจริงจังกับเรื่องต่างๆ ไปทำไม