"นพ.ณรงค์"โต้กลับหนังสือตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง ไม่ถูกต้อง เชื่อ"ประดิษฐ"มืออาชีพ ไม่ทำเรื่องนี้ ชี้หากเป็นเรื่องจริงถือเป็นการสะกดขรก.
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยถึงกรณีมีหนังสือคำสั่งจากนพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รักษาการรมว.สธ. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงปลัด สธ. ใน 5 ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมในการเป็นข้าราชการ การใช้งบประมาณของส่วนราชการไปดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องทางการเมือง และพฤติกรรมการแสดงความคิดเห็นที่สร้างความแตกแยกให้กับแวดวงสาธารณสุข ว่า เรื่องการสอบวินัยร้ายแรงจะต้องแจ้งให้เจ้าตัวทราบ แต่ตนเพิ่งได้รับทราบข่าวจากสื่อมวลชน แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดในหนังสือตั้งกรรมการสอบ เนื่องจากส่วนงานเลขานุการเห็นว่ามีเอกสารลับเข้ามา 1 ฉบับ แต่ไม่มีการใส่ซองปิดอย่างแน่นหนา ซึ่งถือว่าผิดระเบียบสารบรรณจึงได้ส่งไปให้สำนักบริหารกลางทำการตรวจสอบเอกสารดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบรายละเอียดข้อหาที่ตั้งคณะกรรมการสอบครั้งนี้ เห็นว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ถ้ามีการสอบวินัยร้ายแรงก็ต้องไปถามเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) ว่าผมประพฤติชั่วอย่างไร ทุจริตคอรัปชั่นอย่างไร
ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่เชื่อว่าเป็นคำสั่งของนพ.ประดิษฐ เพราะเท่าที่ร่วมงานกันมาปีครึ่ง ทำงานร่วมกันอย่างเป็นมืออาชีพมาตลอด แม้กระทั่งหลังจากที่ตนออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง ก็ยังสามารถทำงานร่วมกับนพ.ประดิษฐ ได้ด้วยความเป็นมืออาชีพ เพราะฉะนั้นยังเชื่อในความเป็นมืออาชีพ เชื่อในความเป็นสุภาพบุรุษ ความตั้งใจในการบริหารระบบสุขภาพ อย่างไรก็ หากเป็นเรื่องจริง คิดว่านี่คือวิธีการสะกดข้าราชการไม่ให้ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ถ้าเรื่องนี้จะเป็นการส่งสัญญาณถึงข้าราชการของประเทศ ตนก็ยิ่งเห็นว่าข้าราชการควรออกมาช่วยบ้านเมือง
"ผมเชื่อว่าทุกท่านตั้งใจทำเพื่อบ้านเมือง อยากให้ข้าราชการยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่เกรงกลัวอะไรที่มากระทบ ให้เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว เชื่อว่าคนเป็นปลัดกระทรวงมีศักดิ์ศรี และคิดว่าข้าราชการควรเอากรณีนี้เป็นกรณีศึกษาว่าจะทำอย่างไรเพื่อประเทศชาติอย่างไร อย่ายึดติด ทุกคนต้องเกษียณ หลังวัยเกษียณแล้ว ลูกหลานเราจะอยู่อย่างไรต่อไป ครั้งนี้ น่าจะเป็นโอกาสให้ข้าราชการได้แสดงความเป็นข้าราชการอย่างสมศักดิ์ศรีออกมา" นพ.ณรงค์ กล่าว
ปลัดสาธารณสุข กล่าวต่อว่า การแสดงความคิดเห็นของข้าราชการ ที่ผ่านมาตนก็ทำในนามข้าราชการ ประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพที่พึงทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 และ 64 ว่า ข้าราชการสามารถรวมตัวแสดงความคิดเห็นได้ เป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ต้องไม่กระทบการทำการ หรือประชาชน ซึ่งในที่นี้ไม่กระทบการบริการประชาชน ดังนั้น การแสดงความเห็นจึงถูกต้อง และจากกรณีที่เกิดขึ้น ถือเป็นการส่งสัญญาณให้ข้าราชการทุกคนต้องออกมาเพื่อบ้านเมือง ไม่ควรอยู่เฉย และอย่าเกรงกลัว อย่างคณะกรรมการที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อสอบสวนปลัดสธ.นั้น ประธานกรรมการฯ คือ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตนคิดว่า ปลัดทุกคนมีศักดิ์ศรี ดังนั้นอย่าให้ความไม่ถูกต้องมาทำลายจุดยืนของข้าราชการที่ต้องการทำประโยชน์เพื่อบ้านเมือง
ด้าน นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการ ก.พ. กล่าวว่า ต้องมีการพิจารณาข้อเท็จจริงของข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า เป็นความผิดวินัยร้ายแรงอย่างไร ซึ่งวินัยร้ายแรงที่เข้าข่าย คือ มีการทุจริต คอรัปชั่น การปฏิบัติหน้าที่อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบราชการอย่างร้ายแรง ส่วนกรณีนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนขอเปิดกฎหมายพิจารณาอีกครั้ง








