วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

4วันสงกรานต์ ตาย204อุบัติเหตุสองพันครั้ง

เผยช่วง4วันสงกรานต์ ตายแล้ว 204 ราย อุบัติเหตุทะลุสองพันครั้ง "ชัยภูมิ" ยังปลอดอุบัติเหตุ

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิช รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะประธาน ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 57 แถลงข่าวสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 57 ประจำวันที่ 15 เม.ย. 57 แถลงว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ 4 เทศกาลสงกรานต์พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 488 ครั้ง (ปี 2556 เกิด 451 ครั้ง) เพิ่มขึ้น 37 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 8.20 ผู้เสียชีวิต 43 ราย(ปี 2556 เสียชีวิต 45 ราย) ลดลง 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 4.44 ผู้บาดเจ็บ 502 คน (ปี2556 บาดเจ็บ 494 คน) เพิ่มขึ้น 8 คน คิดเป็นร้อยละ 1.62

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ เมาแล้วขับ ร้อยละ 43.03 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 22.34 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.23 รถปิคอัพ ร้อยละ 12.30 ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 22.02 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรงร้อยละ 62.50 บนถนน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 43.03 ทางหลวงแผ่นดินร้อยละ 32.58 สำหรับช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 16.01-20.00 น. คิดเป็นร้อยละ 31.35 ส่วนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจะอยู่ในกลุ่มวัยแรงงานอายุ 20-49 ปี คิดเป็นร้อยละ 53.58 อย่างไรก็ตามได้ตั้งจุดตรวจหลัก 2,274 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,526 คน เรียกตรวจพาหนะ 676,982 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 111,797 ราย โดยมีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 36,511 ราย รองลงมาไม่มีใบขับขี่ 33,310 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ราชบุรี 21 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ อุทัยธานี 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 23 คน

สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-14 เม.ย. 57 เกิดอุบัติเหตุรวม 2,027 ครั้ง (ปี2556 เกิด 1,897 ครั้ง) เพิ่มขึ้น 130 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 6.85 ผู้เสียชีวิตรวม 204 ราย(ปี 2556 เสียชีวิต 219 ราย) ลดลง 15 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.85 ผู้บาดเจ็บรวม 2,142 คน(ปี 2556 บาดเจ็บ 2,020 คน) เพิ่มขึ้น 122 คน คิดเป็นร้อยละ 6.04 ส่วนจังหวัดที่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ชัยภูมิ จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตรวม 12 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน ชัยภูมิ ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยนาท นครนายก เพชรบุรี ลพบุรี อ่างทอง นราธิวาส พังงา และยะลา จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 75 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 11 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 82 คน

นายเสริมศักดิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเทศกาลสงกรานต์ปี 2556 พบว่า จำนวนผู้เสียชีวิตลดลง ขณะที่จำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุและจำนวนผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น โดยรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุ มากที่สุด ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นการเมาแล้วขับ การขับรถเร็ว บนถนน อบต./หมู่บ้าน จึงขอให้จังหวัดติดตามตรวจสอบข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ เพื่อวางแผนกำหนดมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสภาพปัจจัยเสี่ยง รวมถึงเตรียมความพร้อมระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วและทันเวลา ทั้งนี้นายกฯ ให้ความสำคัญในการที่ประชาชนจะท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างมีความสุข โดยเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนของราชการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เต็มกำลัง ให้มีการสูญเสียน้อยกว่าปีที่แล้ว โดยมีการแบ่งโซนนิ่งของท้องถิ่นเพื่อดูแลความปลอดภัย โดยเน้นจุดที่มีการเกิดเหตุบ่อยเป็นพิเศษ รวมทั้งให้ความสำคัญในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายด้วย นอกจากนี้นายกฯ ยังให้การติดตามสถิติอุบัติเหตุทุกวันด้วย

ด้านหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในวันนี้ประชาชนบางส่วนจะเริ่มทยอยเดินทางกลับและบางส่วนยังคงเล่นน้ำสงกรานต์อยู่ในพื้นที่ จึงกำชับให้จังหวัดวางแนวทางลดอุบัติเหตุทางถนนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ส่วนการดูแลความปลอดภัยในการเล่นน้ำสงกรานต์ ให้พิจารณาเพิ่มจุดบริการ จุดตักเตือนประจำชุมชน หมู่บ้าน รณรงค์การเล่นน้ำสงกรานต์ตามขนบธรรมเนียมประเพณีในพื้นที่โซนนิ่ง ที่ปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงใช้มาตรการทางสังคมควบคุมการเล่นน้ำสงกรานต์ให้เป็นไปอย่างปลอดภัย สำหรับการปฏิบัติการรองรับการเดินทางกลับของประชาชน ให้เน้นหนักการจัดตั้งจุดตรวจ จุดบริการทั้งบนเส้นทางสายหลัก เส้นทางสายรอง โดยรอบพื้นที่เล่นน้ำ เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด เข้มข้นการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดในทุกพื้นที่และเพิ่มความถี่ในการตรวจจับ โดยเฉพาะรถกระบะบรรทุกผู้โดยสาร รถโดยสารสาธารณะ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ขณะที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 11-14 เม.ย. ที่ผ่านมา ตัวเลขที่ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญคือผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นตัวที่ชี้ให้เห็นว่า เป็นผลจากความร่วมมือในทุกภาคส่วน โดยช่วงเวลาที่เหลือจะทำให้ดีที่สุด ทั้งนี้ขอฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้วางแผนการเดินทางกลับ โดยเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสอบรถให้อยู่ในสภาพปลอดภัย ศึกษาและเลือกใช้เส้นทางที่ปลอดภัย จอดรถพักทุก 2 ชั่วโมง หรือทุกระยะ 150 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง นอกจากนี้ จากการติดตามสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา หลายพื้นที่ของประเทศมีพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง จึงขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวัง ในการขับรถเป็นพิเศษ ไม่ขับรถเร็ว เพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ หากประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุทางถนน สามารถแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป