วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตำรวจคุมตัวมือปืนยิง3ศพยกครัวฝากขัง

ตำรวจคุมตัวมือปืน ยิง 3 ศพยกครัวฝากขังศาลอาญาธนบุรี ยันทำคดีตรงไปตรงมาตามหลักฐานที่ปรากฎ

พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านสืบสวนเปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน สน.หลักสองควบคุมตัวนายสิริชัย หรือป้อม เพิ่มพูลศักดิ์ อายุ 42 ปี มือปืนที่สังหารยกครอบครัวพ่อแม่ลูกตระกูลหอมชงที่เข้ามอบตัวตามหมายจับศาลอาญาข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรไปฝากขังศาลอาญาธนบุรีเป็นที่เรียบร้อยแล้วภายหลังให้การรับสารภาพและตามยึดอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ยี่ห้อซีแซด หมายเลขปืน A863972 พร้อมแม็กกาซีนปืน 1 อันของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุได้ในบ้านเลขที่ 1/241 ซอยรามคำแห่ง 190/2 แขวงและเขตมีนบุรี กทม. พร้อมรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ซ ทะเบียน ษน 7196 กทม. เป็นรถที่นายสิริชัยพร้อมกับพวกขับไปดูลาดเลาที่บ้านผู้ตายก่อนลงมือ

พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุว่า จากแนวทางการสืบสวนเชื่อได้ว่านายกิตตินันท์ หอมชงลูกชายคนเล็กของครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นผู้ว่าจ้างมือปืนเพราะคาดหวังว่าหากพ่อแม่และพี่ชายเสียชีวิตจะได้รับมรดกในอนาคต และต้องการนำที่ดินของครอบครัวรวม 4 ไร่เศษ ย่านเดอะมอลล์บางแค ที่มีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ไปขายเพื่อนำเงินไปสร้างฟิตเนสเซ็นเตอร์ ส่วนเงิน 5 หมื่นบาทที่นายกิตตินันท์นำไปมัดจำกับนายสิริชัยมือปืนนั้น ก็เป็นเงินที่ขอยืมมาจาก ร.ต.ท.ธรรมณัฐ พี่ชายที่ถูกยิงเสียชีวิต

รอง ผบช.น.กล่าวว่า คดีนี้ถือว่าเป็นคดีฆาตกรรมที่สามารถปิดคดีได้อย่างสมบูรณ์ โดยสามารถติดตามอาวุธปืนของกลางและหลักฐานอื่นๆ ได้ครบถ้วน และมือปืนก็สารภาพว่าได้ใช้อาวุธปืนดังกล่าวก่อเหตุยิงผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายจริงและจากผลการตรวจพิสูจน์อาวุธปืนก็พบว่าเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนกรณีที่ญาติของผู้เสียชีวิต ยังติดใจเรื่องสาเหตุการสังหารนั้น เชื่อว่าญาติมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายกิตตินันท์ซึ่งอาจใช้ความรู้สึกส่วนตัวในการเคลือบแคลงสงสัยได้ขอยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏไม่มีการใช้ความรู้สึกส่วนตัวแต่อย่างใด ขณะที่ผู้ต้องหามือปืนก็นำชี้จุดประกอบคำรับสารภาพด้วยตัวเอง และมีความสอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหารายอื่นๆ ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ จึงเชื่อได้ว่าเป็นเรื่องจริง