"สุรพงษ์"เชื่อสหรัฐปรับอันดับรายงานค้ามนุษย์ไทยให้ดีขึ้น หลังจากดำเนินคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ แถลงถึงการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในประเทศไทย ว่า จากการที่ไทยถูกจัดอันดับรายงานการค้ามนุษย์ หรือเทียร์ (Tier Watch List) ซึ่งจัดอันดับโดยสหรัฐอเมริกา ให้อยู่ในระดับเทียร์ 2 มาเป็นเวลา 4 ปีเต็ม ถ้าถูกปรับเป็นเทียร์3 ประเทศไทยลำบากแน่นอน เพราะการค้าขายสิ่งทอ อาหารทะเล ที่เราส่งออกเป็นจำนวนมากจะได้รับผลกระทบ ทั้งนี้เป็นสิ่งที่น่ายินดี ที่รัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้อย่างเข้มงวด
โดยกระทรวงพัฒนาสังคมและมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และตำรวจ ได้ดำเนินขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาเห็นว่าการดำเนินคดีของไทยเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ แรงงงานเถื่อนเป็นไปอย่างล่าช้า เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถจับกุมและลงโทษผู้กระทำความผิดได้ สำหรับปี 2557 จากที่เราได้ปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ โดยให้ฝ่ายตำรวจ จัดขึ้นเป็นกองปราบปรามการค้ามนุษย์ เหมือนกับกองปราบปรามยาเสพติด และได้ติดต่อกระทรวงยุติธรรมในการดำเนินคดี ให้แยกเป็นคดีแบบเดียวกับคดียาเสพติด เพื่อให้การดำเนินคดีในชั้นศาลเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเราได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายศาลยุติธรรมด้วย
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นปี 2557 เราได้รายงานไปถึงรมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา โดยตนได้ลงนามในวันนี้ (27 มี.ค.) โดยมีหัวข้อใหญ่ 5 หัวข้อ คือ 1. การดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย ในปี 2556 มีคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น 674 คดี ฟ้องร้องผู้กระทำความผิดได้ 483 ราย โดยเมื่อเทียบกับปี 2555 เราฟ้องร้องผู้กระทำความผิดได้ 56 ราย นอกจากนี้เราได้ลงโทษผู้กระทำความผิดไป 225 ราย เทียบกับปี 2555 ที่มีทั้งหมด 49 ราย อีกทั้งปี 2556 มีการดำเนินคดีกับบริษัทจัดหางาน 15 บริษัท ซึ่งเราได้ถอนใบอนุญาต 2 บริษัทพักใบอนุญาต 4 บริษัท และดำเนินคดีอาญา 9 บริษัท นอกจากนั้นได้มีการดำเนินคดีกับนายหน้าเถื่อน 155 คดี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวคิดว่าทางสหรัฐจะพอใจ
2.รัฐบาลไทยได้ให้การช่วยเหลือผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์กว่า 600 คน เป็นเงินกว่า 6 ล้านบาท นอกจากนี้ในการป้องกัน เราได้ปรับปรุงและขยายการตรวจแรงงานให้ครอบคลุมพื้นที่และสาขาอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้น 3.สำหรับภาคการประมงซึ่งเป็นที่เพ่งเล็ง ได้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานแรงงานประมงใน 7 จังหวัดเพื่อจัดระเบียบแรงงาน และตรวจแรงงานให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด 4.นโยบายและกลไกของรัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณเป็นงบพิเศษกว่า 190 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจกรรมเชิงรุกด้านการป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ 5.ความร่วมมือกับภาคส่วนต่างประเทศ เราได้จัดทำเอ็มโอยู กับองค์กรภาคเอกชน ประชาสังคม และประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อร่วมมือป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และอยู่ในการเจรจาร่วมมือเอ็มโอยูกับอีกหลายประเทศ เช่น จีน มาเลเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรต ทั้งนี้เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าครั้งนี้สหรัฐอเมริกาจะไม่ปรับอันดับให้ไทยลดไปอยู่ที่เทียร์3 เพราะจะกระทบต่อเศรษฐกิจ อย่างแน่นอน









