รพ.วชิระเผยรับผู้บาดเจ็บเหตุชุมนุม34รายแล้ว ส่วนใหญ่ถูกแก๊สน้ำตา เตรียมติดชื่อผู้ป่วยหน้าบอร์ดรพ.ให้ญาติรับตัวกลับ
นายพิจิตต รัตตกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า ทาง รพ.วชิระได้ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม 7 หน่วยไปยังจุดต่างๆ ที่มีการชุมนุม ล่าสุดจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อคืนมีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 34 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บในวันนี้ล่าสุดอยู่ 30 ราย ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบบริเวณดวงตาจากแก๊สน้ำตา ที่น่าสนใจคือคนไข้ส่วนใหญ่มีอาการผื่นคันที่ผิวหนัง โดยจากการสังเกตอาการคาดว่าน่าจะเป็นเพราะน้ำที่เจ้าหน้าที่ตำรสจใช้ฉีดสลับ กับแก๊สน้ำตา ดังนั้นทางแพทย์ได้เก็บตัวอย่างน้ำจากตัวของผู้ป่วยมาตรวจสิเคราะห์ว่ามีการ ปนเปื้อนสารอะไรหรือไม่วันนี้คนไข้ถูกกระสุนยาง ยิงเข้าที่บริเวณกรามต้องต้องนำไปตรวจเอ็กซเรย์ อีกหนึ่งรายคือผู้สื่อข่าวของต่างประเทศได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือ ทั้งทาง รพ.วชิระจะนำรายชื่อผู้บาดเจ็บไปติดประกาศที่บอร์ดหน้า รพ. เพื่อให้ญาติได้ตรวจสอบและรับตัวกลับไป
นอกจากนี้ นายพิจิตต ยังกล่าวด้วยว่า เป็นห่วงความปลอดภัยของรพ. เนื่องจากการชุมนุมครั้งที่ผ่านมามีกลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้ามา ซึ่งครั้งนี้เราไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ดังนั้นจึงขอให้หน่วยราชการที่รับผิดชอบช่วยเข้ามาดูแลความปลอดภัย เพื่อให้แพทย์ได้มีอิสระในการดูแลผู้ป่วย
ด้าน นายอารยะ กลับวิลา ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุม กล่าวว่า ตนมาชุมนุมได้ 2 วันส่วนใหญ่จะอยู่ที่ราชดำเนิน วันนี้ออกมาร่วมที่บริเวณ บชน. โดยไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปยังบริเวณที่สั่งห้าม แต่เมื่อเวลาประมาณ เที่ยงตนโดนยิงที่บริเวณไหล่ขวาแต่ไม่ทราบว่าเป็นกระสุนยางหรือไม่ ทั้งนี้คิดว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ ทั้งๆ ที่ผู้ชุมนุมมีเพียงนกหวีดและขวดน้ำเกลือ อีกทั้งช่วงที่ประกาศเตือนนั้นไม่ได้ให้เวลากับกลุ่มผู้ชุมนุมในการออก จากบริเวณดังกล่าวเลย ถือว่าการสลายการชึมนุมไม่เป็นไปตามกฎอย่างไรก็ตาม ส่วนตัวแล้วคิดว่าเรื่องนี้น่าจะจบลงได้ด้วยการเจรจา และนายกคืนอำนาจให้กีบประชาชน เริ่มต้นจากศูนย์ให้หลุดจากความไม่เข้าใจกันตรงนี้ก่อนแล้วมาเริ่มต้นกัน ใหม่
ด้าน รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการ รพ.รามาธิบดี เปิดเผยว่า ได้รับผู้บาดเจ็บจากเหตุสลายการชุมนุมจำนวน 4 ราย เป็นชายทั้งหมด ในจำนวนนี้มี 2ราย ถูกยิงด้วยกระสุนเข้าที่บริเวณหน้าอก กระสุนตุงอยู่ที่หลังต้องเข้ารับการผ่าตัด อีก 2 ราย ถูกยิงด้วยกระสุนยางเข้าบริเวณท้อง อยู่ระหว่างการผ่าตัด และอีก 1 รายถูกยิงด้วยกระสุนยางเข้าที่บริเวณขา รอผ่าตัดเช่นเดียวกัน ทั้งนี้กรณีที่ผู้ได้บาดเจ็บจากกระสุนยางต้องได้รับการผ่าตัดเนื่องจากแรง อัดจากการยิงอาจจะทำให้เกิดความเสียหายในบริเวณนั้นได้ ส่วนผู้ป่วยอีก 1 รายโดนยิงด้วยกระสุนยางแต่อาการไม่หนักจึงสามารถกลับบ้านได้แล้ว









