สธ.เผยคนไทยป่วยเบาหวาน3.5ล้านคน ส่วนใหญ่คุมระดับน้ำตาลไม่ได้ อีก 1.2 ล้านคนไม่รู้ตัวว่าป่วย
นายแพทย์ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยศาสตราจารย์เกียรติคุณแพทย์หญิงวรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และแพทย์หญิงสุภาวดี ลิขิตมาศกุล ประธานศูนย์เบาหวานศิริราช ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเนื่องในวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายนทุกปี โดยองค์การอนามัยโลกได้กำหนดประเด็นการรณรงค์วันเบาหวานโลกประจำปี 2552 - 2556 คือ “การให้ความรู้และการป้องกันโรคเบาหวาน (Diabetes Education and Prevention)” ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขและสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย จึงได้กำหนดคำขวัญรณรงค์ว่า “พิทักษ์อนาคตไทย พ้นภัยเบาหวาน (Diabetes: Protect Our Future)” โดยเน้นการให้ความรู้ การสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนทั่วไป ให้เพิ่มความตระหนักในการป้องกันโรคเบาหวาน
นายแพทย์ประดิษฐ กล่าวว่า ขณะนี้โรคเบาหวานกำลังเป็นภัยเงียบของคนไทยและทั่วโลก สหพันธ์เบาหวานนานาชาติ รายงานล่าสุดพบทั่วโลกมีผู้ป่วยเบาหวานมากกว่า 371 ล้านคน จำนวนยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดในปี พ.ศ.2573 จะมีถึง 552 ล้านคน โดยร้อยละ 80 อยู่ในประเทศด้อยพัฒนาและประเทศกำลังพัฒนา ในส่วนของไทย ผลการสำรวจสุขภาพคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศครั้งล่าสุดเมื่อปี 2552 พบไทยป่วยโรคเบาหวานกว่า 3.5 ล้านคน เสียชีวิตจากเบาหวานเฉลี่ยปีละเกือบ 8,000 ราย แนวโน้มพบในเด็กมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้เด็กไทยเผชิญความอ้วน และกินหวานมากขึ้น หากไม่มีการป้องกันควบคุมโรคที่ดีพอ คาดในอีก 8 ปีข้างหน้าไทยจะพบผู้ป่วยถึง 4.7 ล้านราย
ที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้พบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวาน 1 ใน 3 หรือประมาณ 1.2 ล้านคน ไม่รู้ว่าตนเองเป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากไม่เคยได้รับการตรวจวินิจฉัยมาก่อน และผู้ป่วยบางส่วนรู้ตัวแล้วแต่ไม่รักษา มีผู้ป่วยเบาหวานที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเพียงร้อยละ 29 อีกประมาณร้อยละ 70 คุมระดับน้ำตาลไม่ได้ เกิดโรคแทรกซ้อน ทั้งโรคหัวใจ เท้าเน่า ไตวาย แต่ละปีมีค่าดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานสูงถึง 47,596 ล้านบาท จึงต้องเร่งควบคุมป้องกัน ลดจำนวนคนป่วย โดยในปี 2557 นี้ จะเน้นให้สถานบริการทั่วประเทศ ตรวจคัดกรองเบาหวานในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไปให้ครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง ให้ได้รับความรู้และคำปรึกษาที่ถูกต้องในการดูแลตัวเอง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพไม่ให้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และค้นหาผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานแล้ว ให้ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 เน้นปฏิบัติตัว 3 เรื่อง คือควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยาควบคุมอาการ โดยจะมีการตรวจเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน เช่นตาบอดจากเบาหวานขึ้นตาให้ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของผู้ป่วย
ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณพญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า สมาคมฯ ได้ร่วมรณรงค์ให้สังคมไทยตระหนักถึงภัยคุกคามจากโรคเบาหวาน เพื่อให้คนไทยทุกคนรู้จักโรคนี้ และตระหนักถึงปัญหาและภัยของโรค มีความตื่นตัวการดูแลสุขภาพ รู้วิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรค และในกรณีที่เป็นโรคเบาหวานแล้ว หากดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และควบคุมให้ได้ตามแผนการรักษาของแพทย์ จะช่วยลดอัตราความพิการ การเสียชีวิต สามารถใช้ชีวิตใกล้เคียงกับคนปกติทั่วไป
ด้านแพทย์หญิงสุภาวดี ลิขิตมาศกุล ประธานศูนย์เบาหวานศิริราช เปิดเผยว่าผู้ป่วยเบาหวานในประเทศไทยร้อยละ 95 เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเกิดมาจากการกิน ขาดการออกกำลังกาย และพบเบาหวานที่เกิดมาจากกรรมพันธุ์ หรือเรียกว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 1 พบได้ร้อยละ 4 ขณะนี้ผู้ป่วยที่รับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นกลุ่มอายุ18 ปีหรือน้อยกว่า เกือบร้อยละ 3 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 มีสาเหตุเกิดจากเซลล์ตับอ่อนหยุดผลิตฮอร์โมนอินซูลิน พบมากในคนอายุน้อยกว่า 25 ปี ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเบาหวานเฉียบพลัน มีภาวะเลือดเป็นกรด ระดับน้ำตาลในเลือดสูง อาการรุนแรง เมื่อแรกเริ่มเป็น ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้









