นายกฯลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมปราจีน-ฉะเชิงเทรา

นายกฯลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมปราจีน-ฉะเชิงเทรา

นายกฯพร้อมผบ.ทบ.ลงพื้นที่อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ย้ำหน่วยงานลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ลุยต่ออ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ออกเดินทางจากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ โดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อไปลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ประสบอุทกภัย อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทราจากนั้นเวลา 14.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางถึงวัดบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี โดยมี นางสาวจิตรา พรหมชุติมา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดปราจีนบุรี ประชาชนชาว อ.บ้านสร้างให้การต้อนรับ

พลตรี กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) ได้กล่าวรายงานสรุปการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กรมการทหารช่าง (ศบภ.กช.) ว่า ศบภ.กช. ได้จัดตั้ง ศบภ.กช.ส่วนหน้าเพื่ออำนวยการ และให้คำแนะนำการดำเนินการด้านการช่างทั้งปวงในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา และ ได้จัดกำลังพล และยุทโธปกรณ์ จาก กรมการทหารช่าง,กองพันทหารช่างที่ 2 และ กรมทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ บูรณาการร่วมกันเป็นกองร้อยช่วยเหลือประชาชน จำนวน 2 กองร้อย เพิ่มเติมด้วย เครื่องมือช่าง เช่น รถโกยตัก รถวางสะพาน แพริบบอนบริด รถผลิตน้ำดื่มเคลื่อนที่ ชุดผลิตประปาสนาม และเครื่องสูบน้ำ รวมทั้ง รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ และเรือท้องแบน เข้าช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยการช่วยเหลือในจังหวัดปราจีนบุรีมีรายละเอียดคือ1. จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ สร้างแนวป้องกันน้ำท่วม รอบโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ด้วยแนว Barrier ถัง 200 ลิตร บรรจุน้ำเต็มถัง กรุผ้ายางพลาสติก ตลอดแนวริมแม่น้ำปราจีนบุรี พร้อมยกระดับความสูงแนวป้องกันด้วยกระสอบทรายเป็น 5 ชั้น และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 8 นิ้ว เพื่อสูบน้ำที่ไหลซึมผ่านแนวป้องกันกลับสู่แม่น้ำปราจีนบุรี 2. นำรถผลิตน้ำดื่มเคลื่อนที่ ผลิตน้ำดื่ม จุดละ 5,000 ลิตร และเครื่องผลิตน้ำประปาสนามผลิตน้ำอุปโภค จำนวน จุดละ 36,000 ลิตร แจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ จำนวน 3 จุด ได้แก่พื้นที่ จุดที่ 1. ต.บางพลวง อ.บ้านสร้าง จุดที่ 2. ต.บ้านหอย อ.ประจันตคาม จุดที่ 3.บ้านทุ่งแฝก อ.กบินทร์บุรี3. นำรถวางสะพานแบบ T84 A ทอดข้ามคอสะพานขาด บริเวณสะพานบ้านทุ่งแฝก ชุมชนตลาดใหม่ เทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี ซึ่งรถวางสะพานดังกล่าว สามารถวางสะพานได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก 4. จัดตั้งตำบลส่งกำลังทางน้ำ โดยใช้เป็นจุดแจกจ่ายน้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค ในพื้นที่น้ำลึก และรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่เข้าไม่ถึง โดยใช้แพริบบอน ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง บริเวณ ต.บางพลวง อ.บ้านสร้าง 5. จัดตั้งท่าเรือ พร้อมเรือยาง 2 ลำและเรือท้องแบน 4 ลำ สำหรับบริการประชาชน บริเวณลานจอดรถด้านหลังโรงพยาบาลศูนย์ฯ6. จัด รถยนต์บรรทุก 2.5 ตันพร้อมพลขับและเจ้าหน้าที่บริการรับ-ส่งประชาชนในพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือโรงพยาบาลกบินทร์บุรีในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ภายในโรงพยาบาลช่วยเหลือเทศบาลกบินทร์บุรี ในการแจกจ่ายอาหารและสิ่งของจำเป็นแก่ประปาชนในพื้นที่ 7. จัดเรือยางพร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย เพื่อแจกจ่าย น้ำดื่ม ถุงยังชีพ และสิ่งของอุปโภค-บริโภค และสนับสนุนการสัญจร ให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้น ต.ท่างาม อ.เมือง,บ้านหนองงูเหลือม ต.ในเมือง อ.เมือง บ้านโคกบ้านหมู่ที่ ต.บ้านหอย อ.ประจันตคาม 8. นำกำลังพลและรถโกยตัก ก่อสร้างแนวคันป้องกันน้ำ (bigbag) บนทางหลวงหมายเลข 3069 เพื่อเป็นการลดการกัดเซาะผิวถนนจากกระแสน้ำ และใช้เป็นทางเดินสำรองให้กับประชาชนที่จะสัญจร ในพื้นที่ อ.ประจันตคาม 9. จัดเรือท้องแบน ,เรือยาง และ เรืออลูมิเนียม ขนาด 19 ฟุต พร้อมกับเครื่องยนต์ติดท้ายเรือ สนับสนุน ศบภ.พล.ร.2 รอ. ในการ รับ - ส่ง ประชาชนผู้ประสบภัยแจกจ่าย น้ำดื่ม ถุงยังชีพ และสิ่งของอุปโภค-บริโภคให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ ต.บางพลวง อ.บ้านสร้าง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอบคุณทุกหน่วยงาน รวมถึงน้ำใจของพี่น้องคนไทยทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ขอให้ชาวปราจีนบุรีมีความอดทนอีกนิด เชื่อว่าในเดือนหน้าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งรัฐบาลได้ระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนให้การช่วยเหลือประชาชน เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ โดยในลำดับต่อไปจะเร่งเข้าฟื้นฟูในพื้นที่ ให้เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย ที่ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งรัฐบาลจะเร่งชดเชยความเสียหายให้กับประชาชน พร้อมฝากให้จังหวัดปราจีนบุรีได้แบ่งโซนการทำงาน แบ่งความรับผิดชอบอย่างชัดเจน และให้ดูแลเรื่องการบำบัดน้ำเสียรวมถึงเรื่องการสาธารณสุขด้วย ส่วนเรื่องการสำรวจความเสียหายขอให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ทำการสำรวจทันทีโดยไม่ต้องรอการสำรวจของกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปได้อย่างรวดเร็วจากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้ลงเรือท้องแบนเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการทหารบกเร่งสำรวจความเสียหาย โดยขอให้เตรียมการให้พร้อมในการลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูให้กับประชาชนทันทีหลังจากน้ำลดจากนั้นนายกฯ ออกเดินทางจาก อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ไปยังอ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยเฮลิคอปเตอร์ พร้อมบินตรวจภูมิประเทศทางอากาศพื้นที่ ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อดูเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนสร้างคันกั้นน้ำ ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายกฯและคณะ เดินทางถึงโรงเรียนดาราจรัส อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา พบปะประชาชนที่ประสบอุทกภัยพร้อมแจกถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา คณะหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ให้การต้อนรับ โดยนายอนุกูล กล่าวรายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 11 อำเภอ 59 ตำบล ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 15,016 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมเสียหายประมาณ 16,014 ไร่ การประมงเสียหาย 7,103 ไร่ ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันคลี่คลายแล้ว 3 อำเภอ ได้แก่อ.แปลงยาว อ.สนามชัย และอ.ท่าตะเกียบ ยังมีพื้นที่น้ำท่วมอีก 8 อำเภอ แบ่งเป็นระดับรุนแรง 5 อำเภอ คือ อ.ราชสาส์น อ.บางคล้า อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.คลองเขื่อน และอ.พนมสารคาม ระดับน้ำเฉลี่ยประมาณ 1 - 1.50 เมตร สำหรับอำเภอที่เหลือ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านโพธิ์ อ.เมืองฉะเชิงเทรา และอ.บางปะกง มีสถานการณ์น้ำระดับปานกลางและคาดว่าจะดีขึ้นภายใน 1 - 2 สัปดาห์นี้