วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปลอดประสพ'ยันโปรเจคน้ำมีประสิทธิภาพ

"ปลอดประสพ"ย้ำโครงการออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการน้ำจะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพทั้งระบบ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้ร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ระหว่างสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมสถิติแห่งประเทศไทยและสถาบันอุดมศึกษา พร้อมมอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างดังกล่าว โดยมี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานครั้งนี้ทั้งนี้ได้มอบนโยบายภายหลังเสร็จสิ้นพิธีลงนามฯว่า รัฐบาลได้จัดทำยุทธศาสตร์การบริหารการจัดการน้ำและอุทกภัยขึ้น โดยทำโครงการระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาจากอุทกภัย ภายใต้ชื่อว่า “โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย” ในพื้นที่ 36 จังหวัด

"ผมได้ย้ำให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดได้ลงพื้นที่ให้ข้อมูลกับประชาชน เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบความเดือดร้อนความเสียหายที่อาจเกิดจากการดำเนินโครงการดังกล่าวด้วยเพื่อจะได้นำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาตัดสินใจและปรับปรุงการดำเนินโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน "นาย ปลอดประสพ กล่าว

สำหรับพื้นที่ 36 จังหวัดได้แก่ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แพร่ พะเยา ตาก อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี นนทบุรี ปทุมธานี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก นครปฐม ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สกลนคร ชัยภูมิ สงขลา และกรุงเทพมหานคร

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมยืนยันโครงการบริหารจัดการน้ำจะช่วยเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพทั้งระบบ โดยจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมนี้ ที่จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดแรก และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ใน 36 จังหวัด โดยกรุงเทพมหานครจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเป็นเวทีสุดท้ายด้วย