กทม.เฝ้าระวังระบายน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ กระทบกรุงเทพฯตะวันออก เตือน 25 ชุมชน รับมือเจ้าพระยาหนุนสูง 2 เมตรช่วง 15-17 ต.ค.
นายอดิศักดิ์ ขันตี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้ยังต้องเฝ้าจับตาการปล่อยน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เนื่องจากระดับน้ำเกินไปเป็น 108 เปอร์เซ็นต์ ทำให้น้ำในเขื่อนต่างๆ เช้านี้เพิ่มขึ้นทั้งเขื่อนพระราม 6 เขื่อนเจ้าพระยา รวมถึงน้ำจากจ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี ก็ทยอยปล่อยลงมาเพิ่ม ทำให้ขณะนี้มีความเป็นห่วงในพื้นที่ฝั่งตะวันออก อาทิ เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง คลองสามวา ที่อาจจะได้รับผลกระทบบ้างหากระดับน้ำเพิ่มสูง แต่เชื่อว่าระดับน้ำไม่น่าจะสูงมาก เพราะคลองต่างๆ ด้านตะวันออก อาทิ คลองแสนแสบช่วงหนองจอก-ลาดกระบัง ได้พร่องน้ำไว้แล้ว รวมถึงประตูระบายน้ำคลองสอง ได้ลดระดับเหลือ 10 เซนติเมตรแล้ว เพื่อเร่งระบายน้ำด้านในให้ต่ำเช่นกัน
นายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเช้าวันนี้ น้ำเหนือปล่อยมาที่ระดับประมาณ 2,500 ลบ.ม./วินาที ถือว่ายังรับได้ จึงเชื่อว่ากรมชลประทานจะสามารถบริหารจัดการน้ำให้ไหลลงแม่น้ำสายต่างๆ ไม่ให้ส่งผลกระทบพื้นที่ด้านล่างได้ ทั้งนี้ ฝากเตือนประชาชนที่อยู่นอกแนวฝั่งที่ช่วงนี้ระดับน้ำอาจจะสูงจะน้ำท่วมบ้านเรือนได้ โดยเฉพาะในช่วง 15-17 ตุลาคมนี้ ที่น้ำทะเลจะหนุนสูง โดยจะสูงสุดในวันที่ 17 ฐานน้ำจะอยู่ที่ 1.12 เมตร ส่งผลให้น้ำเจ้าพระยาอาจพุ่งสูงกว่า 2 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางได้
ด้านศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม. รายงานสถานการณ์น้ำฝนในกรุงเทพฯ ที่ตกวานนี้(6ต.ค.2556) ว่า ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกสูงสุดที่วัดได้ที่เขตสวนหลวง 112 มิลลิเมตร ขณะที่พื้นที่อื่นๆ เฉลี่ยที่ 35-75 มิลลิเมตร ซึ่งวันนี้คาดการณ์จะยังคงมีฝนตกอีกร้อยละ 80 แต่จะไม่หนักเหมือนวานนี้ ส่วนสถานการณ์น้ำในคลองหลักที่ใช้ระบายน้ำ ทั้งคลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร คลองประเวศ แสนแสบ ปริมาณน้ำเพิ่มสูงจากเดิม 5-10 เซนติเมตร เนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่องแต่ขณะนี้ได้พยายามพร่องต่อเนื่องรับเมื่อฝนในช่วงนี้ ส่วนน้ำเหนือที่ปล่อยมาเช้านี้วัดได้ 2,552 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำสูงสุดเมื่อเวลา 08.30 น. อยู่ที่ 1.90 เมตร









