วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซีพีชี้ไก่เป็นโรคนิวคลาสเซิลต้นเหตุไข่น้อย

ซีพีเผยไก่เป็นโรคนิวคลาสเซิล สาเหตุหลัก ไข่น้อย ราคาแพง คาดแนวโน้มจะปรับตัวสูงอีก ช่วงเจ -ปิดเทอม ลดลงจริงแต่ไม่มาก

นายณรงค์ เจียมใจบรรจง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) เปิดเผยว่า จากนโยบายนำเข้าแม่ไก่อย่างเสรีของรัฐบาลชุดที่ผ่านมาส่งผลให้ปัจจุบันมีผู้นำเข้ามากกว่า 22 รายจากเดิมที่มีเพียง 9 รายเท่านั้น โดยซีพีเอฟเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่กว่า 40 % ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด ประมาณ 6 แสนตัว/ปี การนำเข้าแม่ไก่โดยเสรีดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรเลี้ยงไก่อย่างหนาแน่นมากขึ้น ไม่มีการพักเล้า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทำให้เกิดโรคนิวคลาสเซิลระบาด ในขณะที่วัคซีนไม่สามารถยับยั้งได้ ส่งผลให้รังไก่ไข่ฝ่อ ออกไข่น้อยและเป็นสาเหตุให้ราคาไข่แพงขึ้นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาไข่ไก่คาดว่าจะปรับลดลงในช่วงปิดเทอมและเทศการกินเจ แต่จะลดลงไม่มากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ไม่มีเกิดการระบาดของโลก และปีที่ผ่านมาที่แม้จะมีการระบาดแต่ปีนี้เกษตรกรมีต้นทุนสูงขึ้นจากการปรับราคาของวัตถุดิบอาหารสัตว์ อีกทั้งหลังจากนี้ไม่ยังไม่มั่นใจว่าราคาไข่ไก่จะปรับสูงขึ้นมากหรือน้อยเพียงใด แต่คาดว่าจะไม่ลดลงอีกแล้วเพราะเกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสูงโดยเฉลี่ยประมาณฟองละ 2.80 บาท

"โรคนิวคลาสเซิล คล้ายกับไข่หวัดในคน ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยไก่จะมีความเสี่ยงของการเกิดโรคช่วงที่ฤดูกาลเปลี่ยน สังเกตได้จากไก่ซึมให้แยกออกจาฝูง ในระยะเริ่มต้นสามารถใช้วัคซีระงับได้ทัน หลังจากนั้นให้สังเกตการณ์ออกไข่ เพราะโรคนี้จะทำให้รังไข่ฝ่อ หากไก่ที่หายแล้วไม่ผลิตไข่ได้ตามปกติ เกษตรกรควรเลิกเลี้ยงเพราะจะทำให้ต้นทุนสูง"

นายณรงค์ กล่าวว่า จากปัญหาการระบาดของโรคดังกล่าว ในส่วนของฟาร์มไก่ไข่ของซีพีเอฟ รวมถึงเกษตรกรที่ร่วมคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ปัจจุบันมีปริมาณไข่ไก่ลดลง 30-40 % ทางบริษัทได้กำชับให้ทุกโรงเรือนมีการพักเล้า และลงไก่พร้อมกันเพื่อให้ง่ายต่อการดูแลโดยเฉพาะด้วยระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ การเข้าออกฟาร์มจะต้องทำความสะอาด วิธีการเหล่นี้ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งฟาร์มเกษตรกรรายย่อยด้วยที่ปัจจุบันยังไม่มีการพักเล้า คาดว่าโรคเหล่านี้จะทุเลาลงตามวงจรการเลี้ยงไก่ชุดใหม่ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 70 สัปดาห์