"ศิริวัฒน์"สั่งเอาผิดผู้ใช้ที่ดินส.ป.ก.ทำรีสอร์ท ชี้ 44 รายส่งเข้าอัยการเตรียมฟ้อง ด้านคดีวังน้ำเขียวส่งฟ้องศาล 9 ราย
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายและติดตามความคืบหน้าการจัดสรรที่ดินทำกินเพื่อเกษตรกรรมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ให้แก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดทั่วประเทศว่า ได้ติดตามและเร่งรัดแผนงานเร่งด่วนตามนโยบายใน 4 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. การสรุปผลการดำเนินโครงการพระราชดำริในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศทั้ง 10 โครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อจัดทำเป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ เผยแพร่ไปสู่สาธารณชนได้รับทราบ
2. การส่งเสริมเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินให้ทำการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตโซนนิ่ง โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่เพื่อทำการเกษตรให้มีความถูกต้องเหมาะสม ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ในเขตส.ป.ก.กว่า 13 ล้านไร่เป็นพื้นที่ปลูกข้าว
3. ตรวจสอบการถือครองที่ดินของเกษตรกรให้มีความชัดเจนว่าได้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือมากน้อยแค่ไหน และเป็นพื้นที่ใดบ้าง ทั้งนี้ ได้กำหนดกรอบระยะเวลาให้แก่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดทุกจังหวัดจะต้องรายงานข้อมูลมายังกระทรวงเกษตรฯ รับทราบภายใน 1 เดือน ซึ่งจะมาเชื่อมโยงในส่วนที่ 4 คือ การติดตามการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประกอบกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่การเกษตร
โดยจากข้อมูลแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมที่ได้ตรวจสอบพื้นที่ส.ป.ก. 20 ล้านไร่ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีการใช้ที่ดินส.ป.ก.ไปเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่การเกษตรกระจายอยู่ทั่วประเทศประมาณ 5 หมื่นไร่ ซึ่งทางส.ป.ก.จังหวัดจะ ต้องมีการตรวจสอบในพื้นที่จริงอีกครั้งว่ามีการใช้เพื่อกิจการใด หากเป็นการสร้างโรงเรือนเพื่อรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร ก็สามารถขออนุญาตให้ถูกต้องได้ แต่หากใช้เป็นอาคารพาณิชย์เพื่อประกอบกิจการอื่นหรือรีสอร์ทก็ต้องมีการตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีต่อไป
สำหรับความคืบหน้าการจัดสรรที่ดินส.ป.ก.ให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินจากพื้นที่เป้าหมาย 38.9 ล้านไร่ ซึ่งเป็นที่ดินรัฐ ขณะนี้ ส.ป.ก.ได้ดำเนินการจัดสรรที่ทำกินให้แก่เกษตรกรแล้วเกือบ 35 ล้านไร่ ส่วนที่เหลืออีก 4 ล้านไร่นั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2557 เนื่องจากได้ดำเนินการปรับปรุง พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 เพื่อให้ (ส.ป.ก.) จัดซื้อหรือเวนคืนที่ดินเอกชนที่มีขนาดเนื้อที่เกินกว่ากฎหมายปฏิรูปที่ดินกำหนดหรือมีการถือครองไว้เก็งกำไร ทั้งที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและที่ดินที่มีศักยภาพประกอบเกษตรกรรมได้โดยไม่ต้องประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินก่อน ซึ่งจะช่วยให้การจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกรเกิดความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
นายวีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการส.ป.ก. กล่าวว่าการดำเนินคดีกรณีใช้ที่ดินสปก.เพื่อการธุรกิจหรือรีสอร์ททั่วประเทศว่า ขณะนี้ สปก.ได้ส่งข้อมูลไปยังอัยการเพื่อส่งฟ้องแล้ว 44 คดี โดยมี 9 คดีในพื้นที่วังน้ำเขียวได้ส่งสำนวนเข้าสู่การพิจารณาของศาลแล้ว ซึ่งการดำเนินคดีผู้ที่กระทำผิดก็ต้องเป็นตามประจักษ์หลักฐานที่มีแม้จะพบว่าในบางพื้นที่มีการใช้นอนินีสวมสิทธิ์เพื่อครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินก็ตาม อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทางคดีกับผู้ที่นำที่ดินส.ป.ก.ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
โดยได้ส่งฟ้องศาลแล้ว 9 คดีนั้น ถือว่าส.ป.ก.ได้เร่งรัดและดำเนินการอย่างถูกต้องตามขั้นตอนและไม่ล่าช้าแต่อย่างใด เนื่องจากต้องดำเนินการตามระเบียบที่กำหนดและเป็นไปตามกระบวนการทางปกครอง ตั้งแต่ขั้นตอนหนังสือแจ้งผู้ที่พบว่านำที่ดินสปก.ไปใช้อย่างไม่ถูกต้องให้มาชี้แจง หรือนำหลักฐานมายืนยันกับเจ้าหน้าที่ และเมื่อครบกำหนด ส.ป.ก. จะดำเนินการออกตรวจสอบอีกครั้งหากไม่ปฏิบัติตามคำเตือน จะดำเนินการแจ้งสั่งให้รื้อถอน ดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตาม ส.ป.ก.ก็เชื่อมั่นว่าการดำเนินการการตรวจสอบการใช้ที่ดินส.ป.ก.ผิดวัตถุประสงค์จะเป็นการป้องปรามผู้ที่จะกระทำผิดได้ทางหนึ่ง









