วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯแจงโปรเจคน้ำ3.5แสนล.ที่ทาจิกิสถาน

"ยิ่งลักษณ์"กล่าวสุนทรพจน์เวทีน้ำ แจงโครงการบริหารจัดการน้ำ 1.2 หมื่นล้านเหรียญ พร้อมให้ความร่วมมือลุ่มน้ำโขง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและอุทกภัย(กบอ.) และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เข้าร่วมประชุมนานาชาติระดับสูงว่าด้วยความร่วมมือด้านน้ำ (High Level International Conference on Water Cooperation) ที่ เรือนรับรองรัฐบาล กรุงดูชานเบ สาธารณรัฐทาจิกิสถาน ตามคำเชิญของ นายเอมอมาลี เราะห์มาน ประธานาธิบดีทาจิกิสถาน นายกฯ กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม ฯ ถึงแนวทางความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำร่วมกัน ซึ่งประเทศไทยขอยืนยันที่จะร่วมกับฟินแลนด์ ฮังการี และทาจิกิสถานที่องค์การสหประชาชาติ ในฐานะกรรมการขับเคลื่อนของเพื่อนสมาชิกด้านน้ำ เพื่อร่วมกันสร้างข้อริเริ่มใหม่ๆและวางแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศในการรับมือกับความท้าทายเรื่องน้ำ ประเทศไทยจะลงทุน 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯในโครงการระบบบริหารจัดการน้ำที่ครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ภายใต้แนวคิดที่จะฟื้นฟูความสมดุลย์ทางนิเวศให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการน้ำเพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ทั้งนี้ด้วยประเทศไทยเป็นประเทศในเขตพื้นที่ร้อนชื้น ดังนั้น จึงจำเป็นต้องกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนเพื่อใช้ในฤดูแล้ง โดยน้ำส่วนเกินจะเก็บไว้ในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ และการไหลของน้ำจะต้องบริหารจัดการให้เป็นไปตามแนวทางเดินตามธรรมชาติของน้ำ ทั้งแม่น้ำและลำคลองให้มากที่สุด ร่วมกับ Floodway ที่มนุษย์สร้างขึ้น

"เราจะต้องเสริมสร้างกรอบดำเนินการความร่วมมือ เพื่อสร้างแนวทางแก้ปัญหาแบบไม่มีผู้เสียประโยชน์ และทุกฝ่ายต่างได้ประโยชน์สำหรับประเทศที่จะร่วมกันแบ่งปันแหล่งน้ำข้ามพรมแดน ประเทศไทยสนับสนุน Integrated Water and related Resources management-based Basin Development Strategy หรือ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแหล่งน้ำอย่างบูรณาการบนพื้นฐานการพัฒนาลุ่มน้ำ ของคณะกรรมการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission) โดยจะดูแลการบริหารจัดการน้ำร่วมกันของ ล้านช้าง-แม่โขง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ เรายังต้องขยายยุทธศาสตร์เพื่อครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอนาคต ในการนี้ ประเทศไทยประสงค์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติ เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาคแม่น้ำล้านช้าง - แม่โขง ในช่วงต้นเดือนหน้า เพื่อหยิบยกปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยภิบัติที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ขณะเดียวกัน ไทยเตรียมให้ความร่วมมือในประเด็นที่เกี่ยวข้องตามแนวแม่น้ำโขง รวมทั้ง การบังคับใช้กฏหมายเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ เช่น โจรสลัด ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาการขนส่งและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม" นายกรัฐมนตรี กล่าว