วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิเชษฐ์'สั่งลดขั้นระยะเวลาทำอีเอชไอเอ

"วิเชษฐ์"สั่งลดขั้นระยะเวลาทำ"อีเอชไอเอ"โครงการที่เข้าข่ายรุนแรงตามมาตรา 67วรรค2ใหม่ ยันไม่เจาะจงโครงการน้ำ3.5แสนล้าน

หลังการเข้าทำงานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ของ นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีทส. ซึ่งได้ เดินสายตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการทำงานให้กับกรมต่างๆ โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนนั้น

โดยนายวิเชษฐ์ กล่าวว่า ยังเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสโดยเฉพาะการใช้งบประมาณ และการปฎิบัติหน้าที่ต้องชอบด้วยกฎหมายเป็นธรรม ตรวจสอบได้ อย่างไนก็ตาม สำหรับสผ.นั้นมีความรับผิดชอบในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)และการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(อีเอชไอเอ) ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 จึงต้องการให้สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียให้มากขึ้นทุกขั้นตอน รวมทั้งสั่งการให้พิจารณาปรับปรุงกระบวนการและขั้นตอนในการจัดทำรายงานอีเอชไอเอ ซึ่งเดิมจะมีระยะเวลา รวม 105 วัน ให้สั้นลงจากเดิม

"ผมได้รับฟังเสียงบ่นจากหน่วยงานรัฐและประชาชนว่าขั้นตอนในการพิจารณาอีไอเอของโครงการประเภทต่างๆว่ามันอาจจะล่าช้าเกินไป เพราะบางประเภทกิจกรรม หรือบางขั้นตอนเชื่อว่าทำให้สั้นลงได้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นจะให้ทางทีมงานร่วมกับทางสผ. แยกแยะและดูว่าประเภทไหนที่จะลดระยะเวลาให้สั้นลงได้บ้าง ซึ่งยังยืนยันว่าสำหรับโครงการขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนและโครงการภายใต้งบบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ยังจะใช้หลักการเดิม และไม่ได้มาปลดล็อกให้กับโครงการของรัฐอย่างแน่นอน" นายวิเชษฐ์ ระบุ

รัฐมนตรีทส.กล่าวว่า คาดว่าภายใน 1 เดือนน่าจะพอทราบว่าจะมีโครงการประเภทไหนที่จะลดขั้นตอนการพิจารณาลงไปได้บ้าง รวมทั้งในขั้นตอนไหนของระยะเวลาในการพิจารณาอีเอชไอเอด้วย ขณะที่ยังจะเน้นเรื่องความเข้มข้นในการติดตามตรวจสอบโครงการที่แล้วเสร็จด้วยว่าได้มีการทำตามเงื่อนไขอีไอเอดีพอหรือไม่ โดยจะให้สผ.ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดมาตรการบังคับ เช่น กทม.กรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่าได้บังคับใช้หรือทำตามอำนาจกฎหมายเพียงพอหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยากให้เร่งแก้ปัญหาการิดตามอีไอเอทั้งระหว่างดำเนินโครงการและเมื่อโครงการแล้วเสร็จ

เมื่อถามว่าการสั่งลดระยะเวลาพิจารณาอีเอชไอเอ จะถูกมองว่าปลดล็อกให้กับโครงการต่ำหรือไม่ นายวิเชษฐ์ กล่าวว่า ไม่ได้เจาะจงเฉพาะโครงการน้ำของรัฐบาล หรือจะมาปลดล็อกให้กับโครงการนี้ แต่หมายถึงทุกโครงการพัฒนาทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้งานต่างทางด้านสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาเดินไปได้เร็วและไม่ส่งผลกระทบ ทั้งนี้จะเร่งดูรายละเอียดต่างๆให้แล้วเสร็จและดูว่าต้องแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อมด้วยหรือไม่

"ขณะนี้ชัดเจนว่าทุกโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ เขื่อนยมบนและยมล่าง จ.แพร่ และเขื่อนแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เข้าข้ายต้องทำรายงานอีเอชไอเอ และต้องทำประชาพิจารณ์ตามกฎหมาย ซึ่งต้องรอกระบวนการทางคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)ดำเนินการตามขั้นตอนตามที่ศาลปกครองสั่งพิพากษาไว้ "