วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กอ.รมน.หวังเดือน'รอมฎอน'ไร้บึ้ม

กอ.รมน.หวัง"รอมฎอน"ไม่มีเหตุการณ์วางระเบิด สั่งคุมเข้มใต้ป้องเหตุร้าย ปรับ 200 จุด

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเดือนถือศีลอด (รอมฎอน) ว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) มีมาตรการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนไทยมุสลิมในเรื่องของการสัญจรไปมา โดยปรับเปลี่ยนจุดตรวจ จุดสกัดจำนวนกว่า 200 จุด เป็นจุดอำนวยความสะดวก ส่วนด่านตรวจถาวร จำนวน 23 ด่าน ยังคงมีความเข้มข้นในการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยจะเน้นการตรวจเกี่ยวกับสิ่งของผิดกฎหมาย นอกจากนี้ในช่วงเย็นของเดือนถือศีลอดจะมีเจ้าหน้าที่ร่วมแจกจ่ายอาหาร เช่น อินทผาลัมและน้ำดื่มให้กับพี่น้องประชาชนไทยมุสลิมที่เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจไม่ทัน พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มีหมาย พ.ร.ก. และ ป.วิอาญา ที่ต้องการกลับเข้ามาร่วมถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอนกับครอบครัว โดยสามารถมาแสดงตัวกับหน่วยราชการได้ที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน. สถานีตำรวจ อำเภอ หน่วยเฉพาะกิจหมายเลขต่าง ๆ ปัจจุบันมีผู้เข้ามาแสดงตัวแล้วจำนวน 340 คน นอกจากนี้ทางศูนย์แพทย์ทหารบกจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังสนับสนุนการตรวจสุขภาพ เตรียมความพร้อมด้านร่างกายให้กับผู้ถือศีลอดทั้งในช่วงก่อน ระหว่างและหลังเดือนรอมฎอน

พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยได้มุ่งเน้นเสริมกำลัง 3 ฝ่าย ดูแลรักษาความปลอดภัย ในภารกิจเชิงรับ เพื่อให้สถานการณ์ในพื้นที่เกิดความสงบสุขเรียบร้อย สำหรับมาตรการการบังคับใช้กฎหมายในการกระทำความผิดซึ่งหน้าในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ยึดหลักสิทธิมนุษยชนกระบวนการของกฎหมายเป็นแนวทางในการปฏิบัติสำหรับแผนมาตรการรักษาความปลอดภัยดังกล่าว กอ.รมน.ภาค 4สน. ได้มีการบูรณาการและประชุมร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อจัดเตรียมแผนดูแลความปลอดภัย ซึ่งแผนรักษาความปลอดภัยที่นำมาปฏิบัติเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนมีความต้องการ มีความคาดหวัง ต้องการให้ยุติความรุนแรงในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

อีกด้านที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า กอ.รมน.ยังติดตามความก้าวหน้าในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ เฝ้าระวังป้องกันเหตุตามมาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตามปกติ พร้อมยังอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติศาสนกิจ ในห้วงเดือนรอมฎอม โดยคาดหวังว่าคงไม่มีเหตุรุนแรงด้านความมั่นคงเกิดขึ้น ส่วนกรณีที่กลุ่มบีอาร์เอ็นเรียกร้องให้รวม อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีการก่อเหตุ เป็นหนึ่งในข้อเสนอที่จะยุติการก่อเหตุในพื้นที่นั้น ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่เป็นข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกและในฐานะรองผอ.รมน.มีความเห็นว่า ยังไม่น่าจะเพิ่มพื้นที่ของอ.สะเดา ส่วนกรณีที่ช่วงเช้ามีเหตุรอบยิงที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลานั้น ยังต้องรอการตรวจสอบจากพื้นที่ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว หรือเป็นเหตุขัดแย้งในท้องถิ่น ซึ่งเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว