หลายคนมองกระดูกหักเป็นเรื่องธรรมดาแค่รักษาให้กระดูกติดก็เรียบร้อย แต่ในความเป็นจริงแล้วหากรักษาไม่ดี อาจเกิดผลข้างเคียงต่อเนื่องไปถึงชั่วชีวิต
หลายคนมองกระดูกหักเป็นเรื่องธรรมดาแค่รักษาให้กระดูกติดก็เรียบร้อย แต่ในความเป็นจริงแล้วหากรักษาไม่ดี อาจเกิดผลข้างเคียงต่อเนื่องไปถึงชั่วชีวิต
เมื่อกระดูกหักและเข้ารับรักษา ผู้ป่วยก็คาดหวังว่าจะสามารถใช้งานอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับกระดูกที่หักได้เหมือนหรือใกล้เคียงกับของเดิมที่สุด แต่บ่อยครั้งที่ผลการรักษาไม่เป็นไปตามที่หวัง เช่น กระดูกติดผิดรูป กระดูกไม่ติด เกิดความพิการที่เคลื่อนไหวไม่ได้เหมือนเดิม
"ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการตรวจวินิจฉัยไม่ครบถ้วน การรักษาที่เกินความจำเป็น หรือการรักษาที่น้อยกว่าที่สมควร ผลจากศัลยแพทย์ขาดทักษะหรือความชำนาญ ปัญหาส่วนหนึ่งยังเกิดจากอุปกรณ์ในห้องผ่าตัดไม่พร้อม รวมทั้งวัสดุยึดตรึงกระดูกหักไม่ได้มาตรฐาน" นพ.สุทร บวรรัตนเวช ผู้อำนวยการอาวุโสศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าว
ภาวะกระดูกหักส่วนใหญ่เกิดได้จาก 2 สาเหตุหลักคือ อุบัติเหตุและโรคกระดูกพรุน กรณีผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ นอกจากจะพบกระดูกหักแล้ว ยังพบความเสียหายของเยื่อหุ้มกระดูก เส้นเลือดและเนื้อเยื่อโดยรอบถูกทำลาย กระดูกเกยกัน หรือโค้งงอ ทำให้เจ็บปวดอย่างมากและไม่สามารถเคลื่อนไหว
นพ.วัชระ พิภพมงคล ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ อธิบายว่า การผ่าตัดรักษากระดูกหักจากอุบัติเหตุด้วยการผ่าตัดยึดตรึงกระดูก จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสมและความรุนแรงที่เกิดขึ้น อาทิ การใช้เหล็กแกนสอดในโพรงกระดูก การใช้โครงเหล็กยึดตรึงกระดูกจากภายนอก การใช้เหล็กแผ่นและสกรูเพื่อยึดตรึงกระดูกหัก เป็นต้น
ความก้าวหน้าล่าสุดในการผ่าตัดเชื่อมกระดูกคือ เทคนิค “การผ่าตัดยึดตรึงกระดูกแบบแผลเล็ก" (Minimally Invasive Plate Osteosynthesis, MIPO) หรือการผ่าตัดรักษากระดูกหักแบบ “รถไฟฟ้าใต้ดิน” ไม่จำเป็นต้องเปิดแผลยาว ทำให้เนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนโลหิตบริเวณเยื่อหุ้มกระดูกบอบช้ำน้อยที่สุด ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว กระดูกติดเร็ว มีแผลขนาดเล็กและลดภาวะแทรกซ้อนอย่างกระดูกติดช้าและการติดเชื้อ
แพทย์จะมีอุปกรณ์เครื่องมือช่วยยึดตรึงกระดูก จากนั้นใช้อุปกรณ์เฉพาะในการทำทางเพื่อสอดเหล็กแผ่นใต้ชั้นกล้ามเนื้อตามตำแหน่งที่หัก โดยวางเหล็กแผ่นอยู่เหนือกระดูก จากนั้นจึงเปิดแผลเล็กๆ เพื่อยึดกระดูกด้วยสกูรด้านบนและด้านล่างของตำแหน่งที่หัก สามารถแก้ปัญหาได้ทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่กระดูกไหปลาร้า กระดูกรยางค์ส่วนบนและส่วนล่างไปจนถึงข้อเท้า
สำหรับคนวัยหนุ่มสาว การรักษาภาวะกระดูกหักอาจไม่ยากเท่ากับผู้สูงวัย นพ.บุณยรักษ์ วิสุทธิผล ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เสริมว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกหักจากกระดูกพรุนนั้น เกิดจากความเปราะบางของเนื้อกระดูก การรักษาต้องอาศัยขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่า ตั้งแต่การคำนึงถึงปัจจัยก่อนผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็น โรคประจำตัว ยารักษาโรคประจำตัวที่มีผลต่อการผ่าตัด สภาพร่างกายและจิตใจ
ขณะเดียวกันภาวะกระดูกหักจากกระดูกพรุนก็ต้องการเหล็กพิเศษหรือเทคนิคพิเศษ เช่น การผ่าตัดแบบรถไฟใต้ดินที่จะนำเหล็กไปยึดติดกับกระดูกที่พรุนเปราะอยู่แล้วให้หนาแน่นพอหลังการผ่าตัดกระดูกหักจากอุบัติเหตุ ผู้ป่วยต้องมาเอกซเรย์ดูการติดของกระดูกเป็นระยะ โดยทั่วไปแล้วกระดูกจะยึดติดกันภายใน 5-6 เดือน และแพทย์จะตรวจสอบการเคลื่อนไหวและการลงน้ำหนักของอวัยวะที่เกิดการแตกหัก
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการผ่าตัดซ้ำอีกครั้งเพื่อเอาเหล็กดามนั้นออกเมื่อกระดูกติดสนิทดีแล้ว เช่น การผ่าตัดดามเหล็กที่ตำแหน่ง กระดูกต้นขา และกระดูกหน้าแข้ง ซึ่งจะต้องผ่าเอาเหล็กออกเมื่อกระดูกติดดีแล้ว 1 - 2 ปีหลังการผ่าตัดใส่เหล็กไว้
ขณะที่ผู้สูงวัยนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะกระดูกหักซ้ำ เพราะลักษณะของกระดูกที่เปราะ พรุนตามวัย จึงต้องใส่ใจเรื่องอาหารที่จะเสริมแคลเซียมในร่างกาย ร่วมกับการดูแลสภาพแวดล้อมในบ้าน เช่น การเสริมราวจับ หรือวางแผ่นรองกันลื่น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะเกิดกระดูกหัก
อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นที่กระดูกหักทุกคนจะต้องผ่าตัด บางคนที่หักไม่มากสามารถรักษาด้วยการดามเฝือกเพื่อพยุงอวัยวะส่วนที่หักไม่ให้เคลื่อนไหว การที่จะผ่าหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์ ในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อการรักษา ไม่ใช่ว่ากระดูกหักทุกคนจะต้องได้รับการผ่าตัดยึดตรึงด้วยเหล็กเสมอไป









