วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลอนุญาตฝากขัง'อา'ส่งหลานค้ากามแดนโสม

ศาลอนุญาตฝากขังครั้งแรก"อา"ถูกกล่าวหาส่งหลาน 17 ปีค้ากามแดนโสม ตร.ไม่ค้านประกัน รอสอบพยานเพิ่มอีก 20 ปาก

พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์(ปคม.) ควบคุมตัว นางเพียงใจ คิม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่7 ต.ภูเขาทอง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาคดีร่วมกันเป็นธุระจัดหาค้าประเวณี มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 5 มิ.ย. นี้ เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 20 ปาก ขณะที่ความผิดลักษณะดังกล่าวเป็นการค้ามนุษย์ข้ามชาติ จึงต้องรออัยการสูงสุดมอบหมายให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ เพื่อสอบสวนในคดีนี้ด้วย รวมทั้งต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ของกลางและหลักฐานในคดี และตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา ซึ่งท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนไม่ได้ขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเพื่อต่อสู้คดีในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

ทั้งนี้คำร้องดังกล่าว ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อช่วงเดือนธ.ค.55 ผู้ต้องหาเดินทางกลับมาประเทศไทย และได้ชักชวน น.ส.เปิ้ล (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ผู้เสียหายซึ่งเป็นหลาน ไปทำงานเป็นพนักงานนวดแผนไทยที่ร้านอยุธยา ตั้งอยู่ที่เมืองแทนึง กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยอ้างว่ามีรายได้ดีกว่างานในประเทศไทย จนผู้เสียหายหลงเชื่อ ผู้ต้องหาจึงได้มอบหมายให้ น.ส.ทิพย์วรรณ เต็มเปา และชายชาวเกาหลีใต้ ชื่อนายชุน หรือเอ็ม ซองกึม พาผู้เสียหายเดินทางไปที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีผู้ต้องหามารอรับที่สนามบิน ระหว่างทำงานผู้เสียหายถูกเจ้าของร้านนวดบังคับให้สำเร็จความใคร่ให้กับลูกค้าด้วย และเมื่อทนไม่ไหวจึงร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหากลับพูดเข้าข้างเจ้าของร้าน และเกลี้ยกล่อมจนผู้เสียหายยอมสำเร็จความใคร่ให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ ต่อมาผู้เสียหายแอบใช้โทรศัพท์มือถือของตนติดต่อกับกลุ่มเพื่อนทางเฟชบุ๊ค เพื่อให้แจ้งต่อทางการไทยช่วยเหลือ ต่อมาวันที่ 27 พ.ค. 56 เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ ได้ตรวจสอบและพบผู้เสียหายในร้านนวดแผนไทยดังกล่าวจริง จึงทำการช่วยเหลือออกมาได้ จนเดินทางกลับประเทศไทย และเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาและผู้ร่วมกระทำผิด

กระทั่งวันที่ 23 พ.ค. 56 เวลา 22.10 น. นางเพียงใจ ผู้ต้องหา ได้เดินทางกลับประเทศไทยด้วยสายการบินอิส สตาร์ เจ็ท เที่ยวบินที่ แซดอี 511 จากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และถูกพนักงานสอบสวน ปคม. เข้าจับกุมตัวตามหมายจับศาลอาญาที่ 896/2556 ลงวันที่ 22 พ.ค. 2556 ดำเนินคดีรวม 5 ข้อหา 1ร่วมสมคบกันกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ 2 ร่วมกันเป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณีโดยการหลอกลวงข่มขู่ 3ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่เป็นธุระจัดหาฯ โดยบุคคลนั้นอายุไม่เกิน 18 ปี 4.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ข่มขืนใจให้ค้าประเวณี และ 5. ร่วมกันบังคับขู่เข็ญให้เด็กยินยอม เพื่อแสวงหาประโยชน์จากเด็ก ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้