"หมอพิพัฒน์"ไล่แจง"หมอวิชัย"รายข้อ เลื่อนวันประชุม เพราะบอร์ดติดภารกิจไม่เคยข่มขู่"หมอวิทิต"จะหลุดตำแหน่ง
จากกรณีที่คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม(บอร์ดอภ.)มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุติสัญญาจ้างนพ.วิทิต อรรถเวชกุล เป็นผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(ผอ.อภ.) ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์ต่างๆตามมา อาทิ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การเภสัชกรรม และนพ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตประธานบอร์ดอภ.หนึ่งในผู้ที่ถูกชี้มูลจากรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับนพ.วิทิต กรณีจัดซื้อวัตถุดิบยาพาราเซตามอลที่ระบุในเชิงมีการข่มขู่นพ.วิทิตว่าจะหลุดจากตำแหน่ง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี ประธานบอร์ดอภ. กล่าวว่า ใจจริงไม่อยากโต้เถียงหรือทะเลากับนพ.วิชัย แต่เมื่อพิจารณาคำให้สัมภาษณ์ของนพ.วิชัยบางส่วนแล้วเห็นว่าตนจำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเฉพาะใน 2 ประเด็นหลัก คือ 1.ที่นพ.วิชัย ระบุว่าการที่บอร์ดมีมติให้ยุติสัญญาจ้างนพ.วิทิตเป็นการกระทำที่ตั้งใจและสนองการเมือง เพราะมีการเลื่อนการประชุมจากวันที่ 23 พ.ค. มาเป็นวันที่ 17 พ.ค.นั้น
ข้อเท็จจริง คือ ตามกำหนดการประชุมเดิมคณะกรรมการหลาย่ทานติดภารกิจ จึงต้องเลื่อนวันประชุม ส่วนทำไมต้องเลื่อนเป็นเร็วขึ้นไม่เลื่อนออกไปเป็นหลังวันที่ 23 พ.ค.นั้น เป็นเพราะตนและกรรมการบอร์ดท่านอื่นติดภารกิจในช่วง 1-2 สัปดาห์ ไม่เกี่ยวกับการเลื่อนเพื่อให้ทันกับการที่นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุช(รมว.สธ.)จะนำเรื่องนี้เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ทันทีหลังกลับจากการประชุมในต่างประเทศแต่อย่างใด
"ขอย้ำว่าการที่บอร์ดมีมติเลิกจ้างนพ.วิทิต ไม่ใช่เป็นการดำเนินการเร็วเพื่อสนองนโยบายฝ่ายการเมืองแต่อย่างใด แต่พิจารณาจากการที่นพ.วิทิต บกพร่องในหน้าที่เอง"นพ.พิพัฒน์กล่าว
นพ.พิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 2 การที่พนพ.วิชัยระบุว่า ตนข่มขู่นพ.วิทิตว่าหากไม่สามารถส่งคืนวัตถุดิบยาพาราเซตามอลได้จะหลุดจากตำแหน่งนั้น ความจริง คือ ตามระเบียบหากวัตถุดิบที่สั่งซื้อมาไม่สามารถใช้ผลิตได้ก็ต้องส่งคืนในฐานะที่นพ.วิทิตเป็นผอ.เป็นผู้บริหารองค์การก็จำเป็นต้องรับผิดชอบในการเจรจาส่งคืนวัตถุดิบและนพ.วิทิตได้หารือกับตนว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งตนได้ให้คำแนะนำไปว่าต้องเจรจาส่งคืนให้ได้ มิเช่นนั้น นพ.วิทิตต้องเดือดร้อนเพราะเป็นผู้บริหาร ซึ่งเป็นคำแนะนำว่าถ้าจัดการงานในตำแหน่งที่รับผิดชอบไม่ได้ ผู้บริหารก็คงต้องเดือดร้อน ไม่ได้เป็นการข่มขู่แต่อย่าางใด
"ผมเข้ามาทำงานไม่ได้สนองนักการเมือง ทำตามระบบและมีเหตุและผลชัดเจน ถ้านพ.วิทิตเห็นว่าไม่ได้รับคความเป็นธรรมหรือถูกกลั่นแกล้งแล้วจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นสิทธิ์อันชอบทำที่นพ.วิทิตจะดำเนินการได้ แต่ที่ผ่านมาบอร์ดได้ให้เวลานพ.วิทิตในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และในการมีมติยุติสัญญาจ้างก็เป็นการดำเนินการอย่างมีดุลยพินิจจากบอร์ด"นพ.พิพัฒน์กล่าว








