"เผดิมชัย"เผยนายกรัฐมนตรีห่วงค่าเงินบาทแข็ง ทำแรงงานภาคธุรกิจส่งออกตกงาน สั่งก.แรงงานเฝ้าระวัง
นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเข้าพบน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานในวันแรงงานแห่งชาติ 11 ข้อที่ทำเนียบรัฐบาลว่าข้อเรียกร้องบางข้อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง เช่น การงดเว้นการเก็บภาษีเงินได้งวดสุดท้ายของลูกจ้าง ซึ่งนายกฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังศึกษาในเรื่องนี้
ส่วนข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงานนั้น ได้ดำเนินการไปแล้วหลายเรื่อง เช่น ศูนย์เก็บนมแม่ และศูนย์เลี้ยงเด็กในสถานประกอบการ ซึ่งจะเร่งขยายไปสู่โรงงานที่มีลูกจ้างมากกว่า 50 คนขึ้นไป รวมถึงการให้แรงงานชายได้รับสิทธิ์หยุดงานเพื่อช่วยภรรยาเลี้ยงลูกโดยไม่ถูกหักเงินเดือน กระทรวงก็ได้ออกประกาศขอความร่วมมือไปยังสถานประกอบการต่างๆ
นอกจากนี้ การรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ฉบับบที่ 87 และ 98 ว่าด้วยสิทธิการรวมตัวและเจรจาต่อรอง อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเมื่อได้รับความเห็นชอบจะนำเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.)และสภาผู้แทนราษฏรต่อไป ส่วนการปฏิรูปประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระนั้น ได้ให้ทางสำนักงานประกันสังคม(สปส.)หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและศึกษาว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่
ขณะเดียวกันนายกฯได้สอบถามถึงกรณีการขอลดการจ่ายเงินสมทบของผู้ประกันตน มาตรา 39 ซึ่งปัจจุบันต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนร้อยละ 8 ของเงินเดือนอัตราเดิมว่าจะลดต่ำกว่านี้ได้หรือไม่ ทั้งนี้ ตนชี้แจงว่า ได้ให้สปส.ไปศึกษาในเรื่องนี้ว่าจะสามารถลดได้หรือไม่และหากลดได้เป็นจำนวนเท่าใดจึงเหมาะสม
นายเผดิมชัย กล่าวอีกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้สอบถามถึงผลกระทบด้านแรงงานจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ที่มีผลบังคับใช้มามากกว่า 4 เดือน โดยตนชี้แจงว่ามีสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจนถึงขั้นต้องปิดกิจการและแรงงานถูกเลิกจ้างเป็นจำนวนไม่มาก
อย่างไรก็ตาม นายกฯ ยังได้กำชับให้กระทรวงแรงงานดูแลและรักษาแรงงานที่ถูกเลิกจ้างไว้ในระบบ จึงให้กระทรวงแรงงานเร่งจัดหาตำแหน่งงานใหม่ให้แก่แรงงานเหล่านี้
"นายกฯยังได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานสำรวจผลกระทบด้านแรงงานจากปัญหาค่าเงินบาทแข็งตัว โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจส่งออกว่า มีการปิดกิจการและเลิกจ้างแรงงานหรือไม่ และให้สรุปข้อมูลเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เพื่อนำข้อมูลมาบูรณาการและแก้ปัญหา ผมจะสั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.)ไปติดตามเรื่องนี้" นายเผดิมชัย กล่าว









