เอกชนทยอยยื่นซองราคา-เทคนิคโครงการน้ำ3.5แสนล. เปิดโรงยิมเก็บเอกสาร เลขาสบอช.เผยประกาศผล 4 มิ.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) ทำเนียบรัฐบาลถึงบรรยากาศการมายื่นซองราคาและซองเทคนิคโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมวงเงินกู้3.5แสนล้านบาทในวันนี้ว่า มีความคึกคักเป็นอย่างมาก โดยมีสื่อมวลชนจำนวนมากเฝ้าติดตามรายงานข่าวดังกล่าว ขณะที่กลุ่มบริษัทต่างๆทยอยขนกล่องสำเนาเอกสารด้านเทคนิคทุกโครงการ ซึ่งกลุ่มที่มายื่นเป็นรายแรก คือ กลุ่ม ITD POWER CHINA JV ซึ่งใช้รถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 18 คันขนกล่องสำเนาเอกสารด้านเทคนิคของทั้ง 10 โครงการมาส่งที่ตึกสบอช.
ด้านบริษัท เค วอเตอร์ ที่มีสิทธิ์ยื่นซองของทั้ง 10 โครงการเช่นกัน ก็ใช้รถบรรทุก 6 ล้อ 4 คัน และรถตู้อีก 2 คัน ขนกล่องเอกสารมาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทาง สบอช.ได้ใช้ตึกสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยผู้นำชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเตรียมจะใช้เป็นโรงยิมออกกำลังกายของทำเนียบรัฐบาลใช้เป็นสถานที่เก็บสำเนาเอกสารทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้น้ำยาฉีดป้องกันปลวกฉีดทั่วบริเวณเพื่อป้องกันปลวกกัดกินเอกสารสำคัญเหล่านี้
ด้านนายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) กล่าวถึงการเปิดรับซองเอกสารข้อเสนอด้านเทคนิคราคา ขั้น Definitive Design โครงการเพื่อการออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทยในวันนี้(3พ.ค.)ว่าในทีโออาร์ได้กำหนดไว้แล้วว่า ในการคัดเลือกมี 2 วิธี คือ เทคนิคที่ดีที่สุดกับราคาที่ดีที่สุด ตอนนี้เราเอามาผสานกัน คือในส่วนโครงการ 350,000 ล้านบาท เนื่องจากแต่ละกลุ่มบริษัทมีความสามารถสูง ดังนั้นในเรื่องเทคนิค เราจะให้คะแนนแล้วเรียงลำดับคะแนนว่าใครได้คะแนนสูงที่สุด เราก็จะเปิดซองราคาเฉพาะรายที่มีคะแนนสูงสุดก่อน
นายสุพจน์ กล่าวอีกว่า ในการพิจารณาด้านเทคนิคนั้นวันนี้เราจะยังไม่มีการเปิดซองใดๆทั้งสิ้น เป็นการรับกล่องเอกสารอย่างเดียว ในหนึ่งบริษัทนั้นก็จะต้องส่งเอกสาร 1 ชุด เอกสารสำเนา 25 ชุด รวมตัวอย่างทั้งหมดแล้ว 4,000 กล่อง และจะมีคณะกรรมการประมาณ 50 คนในการอ่านเอกสาร ภายใน 3 สัปดาห์ถึง 1 เดือนก็จะรู้ผล อันดับ1-3 แล้วนำซองราคามาเปิดดูราคาที่เสนอมา ซึ่งราคาจะต้องไม่เกินราคาการันตี หรือราคาสูงสุดที่กำหนดไว้ ยกตัวอย่าง โครงการโมดูลเอ 1 ที่ทำเนื่องเขื่อน เรากำหนดว่าให้เสนอไม่เกิน 50,000 ล้านบาท รวมทุกเขื่อน บริษัทก็เสนอมา เราก็ทำการต่อรองราคาให้เหมาะกับเทคนิคที่เสนอมา ซึ่งถ้าราคาไม่เหมาะสม ถูกเกินไป หรือสูงเกินไป คณะกรรมการก็มีสิทธิไม่รับราคา ถ้าตกลงไม่ได้ก็จะเปิดซองราคาของผู้เสนอรายถัดไป แต่ถ้ารายที่ 1 ตกลงได้เราจะคืนซองราคาหรือเอกสารราคาทั้งหมด รวมถึงค้ำประกันให้กับบริษัทที่เหลือโดยไม่เปิดซอง ซึ่งเป็นกฎที่เรากำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม บริษัทที่มีสิทธิ์ยื่นซองในวันนี้จะต้องยื่นครบทุกโมดูลหรือทุกโครงการที่ตัวเองมีสิทธิ์ยื่น แต่ถ้ายื่นมาครบ ก็จะถูกตัดสิทธิ์ ถือว่าแพ้ฟาวล์ทันที
เมื่อถามว่าในส่วนการพิจารณาของศาลปกครองที่ไม่มีการระงับการรับซองในวันนี้ แต่ส่วนอื่นๆ ศาลว่าอย่างไรบ้างนั้น นายสุพจน์ กล่าวว่า มีการยื่นข้อกล่าวหาอยู่ 5 เรื่องด้วยกัน แต่เรื่องสำคัญที่สุดในวันนี้ คือการคุ้มครองไม่ให้รับซอง แต่ศาลพิจารณาจากข้อมูลที่เราชี้แจ้งเมื่อวันที่2พ.ค. ว่าวันนี้เป็นเพียงการรับซองและการแต่งตั้งคณะกรรมการ 50 คน ที่มีการแต่งตั้งแล้วนั้น ยังไม่มีการผูกพันนิติสัญญา หรือนิติกรรมใดๆ ทั้งสิ้น ช่วงนี้จะเป็นการดำเนินการในด้านเทคนิค ซึ่งถ้าล่าช้าจะเกิดความเสียหาย ก็ให้ดำเนินการได้ แต่ในส่วนอื่นศาลก็รับไว้พิจารณาและจะดำเนินการตามขั้นตอนปกติต่อไป ซึ่งจะไม่กระทบต่อการดำเนิน
เมื่อถามว่าถ้ามองในแง่ลบที่สุด คือไม่สามารถตกลงกับรายใดได้เลยนั้น นายสุพจน์ กล่าวว่า จากแผนแม่บทที่มีการทำหลายขั้นตอนนั้น เท่าที่ดูทุกบริษัทที่เสนอมามีข้อมูลที่ใกล้เคียงกันหมด ต่างกันบางส่วนจะไม่มีเหตุการณ์ที่ตกลงไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่ใช่การประกวดราคาแบบไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่เราดูด้านเทคนิคมาแล้ว และทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าราคากลางที่เราใช้เป็นราคาสูงสุด แต่ราคากลางเราจะใช้ราคาต่อหน่วยของกระทรวงการคลัง ของราชการทุกประการ ดังนั้นทุกบริษัทที่เสนอจะมีเรื่องของพวกนี้อยู่แล้ว เรื่องของเขื่อน โครงสร้าง การขุดลอกถนน บริษัทไม่ได้มาแข่งกันเรื่องลดราคา เพราะถ้าลดคุณภาพก็จะออกมาไม่ดี แต่จะแข่งกันในเรื่องของประสิทธิภาพ เรื่องของการจะได้ที่ 1 และราคาไม่เกินที่เราตั้งไว้
ต่อข้อถามว่ามีการประเมินหรือไม่ว่าอนาคตถ้าฝ่ายที่ต่อต้านยื่นเรื่องร้องต่อศาลปกครองอีกครั้ง หลังจากมีการลงนามในสัญญาเรียบร้อยแล้ว นายสุพจน์ กล่าวว่า "ไม่ได้มีการประเมินตรงนี้ แต่ยืนยันว่าถ้าเขาไปยื่นฟ้องอีก เราก็ยังสามารถตอบได้ทุกคำถาม ทั้งการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)และผลกระทบด้านสุขภาพ(เอชไอเอ) เพราะมีการระบุอยู่ในทีโออาร์อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เอกชนไม่ได้หวั่นไหวต่อการที่ศาลปกครองจะรับคำร้องไว้ เพราะเขาอ่านเอกสารทีโออาร์อย่างละเอียด จนมีความเข้าใจแล้ว ทั้งนี้ในวันที่ 6 พ.ค. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ ในฐานะประธานกบอ. จะให้สัมภาษณ์ในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนเพื่อชี้แจงด้วย"
ส่วนกรณีเงิน 350,000 ล้านบาทนั้น นายสุพจน์ กล่าวว่า ขอชี้แจงก่อนว่า 350,000 ล้านบาท คือพ.ร.บ.เงินกู้ 10,000 ล้านบาทเป็นเรื่องของการสร้างอนาคตประเทศ ซึ่งหลังจากการศึกษาอย่างละเอียดเรามีการปรับราคา เงินรวมทั้งหมดจะเป็น 310,000 ล้านบาททั่วประเทศ ไม่รวมกับบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งเราก็รวมอยู่ในงบ 350,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้จะเริ่มทำงานหลังเซ็นสัญญา ซึ่งวันนี้จะมีการประชุม เรื่องเอกสารโครงการ และคาดว่าจะประกาศผลการพิจารณาได้วันที่ 4 มิ.ย. 2556 ซึ่งหลังจากนี้จะมีการแจกเอกสารเขียว จำนวน 11 หน้า ซึ่งเป็นเอกสารเดียวกับที่ยื่นส่งศาล ทั้งนี้เอกสารจะอธิบายรายละเอียดโครงการทั้งหมด เมื่ออ่านแล้วจะไม่มีใครมาถามอีก







